- 11 ส.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด FB : Deeps News
จากสถานการณ์น้ำฝนตกหนักในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้เกิดภาวะอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายสิบปี ขณะที่ระดับน้ำจากภาคเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างก็เริ่มมีระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการระบายน้ำในเขื่อนหลักสู่ภาคกลางตอนล่าง
ล่าสุด นายโบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ทางด้าน นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ออกหนังสือด่วนแจ้งเตือนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 7 แห่ง ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี , จ.ชัยนาท , จ.สิงห์บุรี , จ.อ่างทอง , จ.สุพรรณบุรี , จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ลพบุรี ว่า เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มีความจำเป็นต้องเร่งพร่องน้ำลงท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น นับจากนี้เป็นต้นไป เพราะว่ามวลน้ำเหนือที่ไหลมาตามแม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ได้มารวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ถึงระดับ 1,699 ลบ.ม./วินาที
ด้วยเหตุผลนี้ทางเขื่อนเจ้าพระยา จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำเหนือหลาก เพื่อผลักดันลงสู่ทะเล ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา และจะพยายามทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยปัจจุบันได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนที่ 1,267 ลบ.ม./วินาที และจะต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นไปอีกในช่วงนี้ แต่จะพยายามระบายไม่ให้เกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที ดังนั้นจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานกรมชลประทานในรายชื่อจังหวัดดังกล่าว ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้ระมัดระวังและเตรียมความพร้อม
