- 25 ส.ค. 2560
คนไทยจำฝังใจ !! น้ำท่วมครั้งใหญ่ ปี 54 กับคำพูดนายกหญิงการันตีเป็นอย่างดีว่า "เอาอยู่"
จากกรณีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ เเละจนกระทั่งวันที่ 25 ส.ค. เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย มีการไต่สวนคดีกว่า 2 ปี 4 เดือน รวมทั้งคดีทุจริตการขายข้าวแบบจีทูจี ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมพวกรวม 28 คน เป็นจำเลย ซึ่งมีการไต่สวนคดีคู่ขนานกันมา ทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดตัดสินคดีทั้งสองสำนวน ทั้งนี้องค์คณะผู้พิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแน่งทางการเมือง โดยทนายจำเลยยื่นคำร้อง'ยิ่งลักษณ์'ไม่สามารถเดินทางได้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังจากรับทราบว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลออกหมายจับเนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาวันนี้ว่า ตัวเองก็เพิ่งได้รับทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ของเช้าวันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า นางสาว ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา จะติดต่อนางสาว ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น
ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้มีการนำใบรับรองแพทย์มายืนยันต่อศาลนั้น เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินและเพิ่งได้รับทราบ
หลายคนคงจดจำเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ อุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2554 หรือที่นิยมเรียกกันว่า มหาอุทกภัย เป็นอุทกภัยรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อบริเวณลุ่ม แม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่ม แม่น้ำโขง เริ่มตั้งแต่ปลาย เดือนกรกฎาคม และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 มีราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 12.8 ล้านคน ธนาคารโลกประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท เมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2554 และจัดให้เป็นภัยพิบัติครั้งมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก อุทกภัยดังกล่าวทำให้พื้นดินกว่า 150 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมใน 65 จังหวัด 684 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 4,086,138 ครัวเรือน 13,595,192 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2,329 หลัง บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 96,833 หลัง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหาย 11.20 ล้านไร่ ถนน 13,961 สาย ท่อระบายน้ำ 777 แห่ง ฝาย 982 แห่ง ทำนบ 142 แห่ง สะพาน /คอสะพาน 724 แห่ง บ่อปลา / บ่อกุ้ง / หอย 231,919 ไร่ ปศุสัตว์ 13.41 ล้านตัว มีผู้เสียชีวิต 813 ราย (44 จังหวัด) สูญหาย 3 คน
พิษ "น้องน้ำ" ส่งผลรุนแรงทำให้ราษฎรต้องอพยพเข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ สำหรับกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของไทย ก็ยัง "เอาไม่อยู่" แต่อย่างใด แม้รัฐบาลสมัยนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะประกาศลั่นว่า "เอาอยู่" แต่แล้ว น้องน้ำ ก็เริ่มไหลเข้าท่วมแถบรังสิตมวลน้ำก้อนใหญ่ที่ไหลมาจากภาคเหนือตามลำน้ำเจ้าพระยา ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ กรุงเทพมหานคร กำลังก้าวเข้าสู่วิกฤติณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เริ่มประกาศให้ทั้ง 50 เขตรับมือเตรียมความพร้อมกับ "น้องน้ำ" ที่กำลังจะไหลมา โดยรัฐบาลเตรียมกำลังระดมขน "บิ๊กแบ็ก" ลอตใหญ่ เพื่อมารับมือกับมวลน้ำมหาศาล ส่วนทางด้านความเป็นอยู่ของประชาชน สินค้าหลายอย่างเริ่มขาดแคลน เเละมีพ่อค้าเเม่ค้าหัวใสขึ้นราคาสินค้า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างกังวลจนแห่กักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบากในการซื้อหาจึงต่างแย่งซื้อสินค้าจนประชาชนเดือดร้อน และครั้งนั้นว่าถือเป็นประวัติการณ์ที่ต้องจดจำ
ขอบคุณภาพ kapook
