- 25 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวเพิ่มเติม www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่บ้านทับโกบ อ.สะเดา จ.สงขลา นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยคณะ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามดูการปฏิบัติหน้าที่ร่วมระหว่างทหาร ตำรวจ กรมปศุสัตว์ และศุลกากร ตั้งจุดตรวจที่บ้านทับโกบ เพื่อตรวจค้นปราบปรามการค้าสัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส)
หลังจากชมการตั้งด่านตรวจแล้ว คณะของนายปิ่นสักก์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เดินทางด้วยรถยนต์เพื่อเดินทางไปดูบริเวณริมรั้วไทย-มาเลเซีย ซึ่งอยู่ตั้งแต่แนวชายแดนบ้านปาดังเบซาร์ ไปจนถึงบ้านทับโกบ โดยคณะได้ลงพื้นที่เดินไปดูจุดที่มีการลักลอบขนซากสัตว์ และสินค้าหลบหนีภาษี ซึ่งพบว่ารั้วลวดหนามได้ถูกพวกลักลอบค้าสัตว์ป่า และสินค้าหลบหนีภาษีตัดจนเป็นช่อง สำหรับใช้เดินข้ามระหว่างประเทศได้อย่างสบายๆ
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า การค้าสัตว์ป่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าประเทศไทยหรือมาเลเซีย หรือแม้แต่ประเทศอื่นๆ ร่วมมือกันจะต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ ในส่วนของรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้พยายามจะสร้างความเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายภายใน เรื่องของศักยภาพเจ้าหน้าที่ เราจะต้องบูรณาการระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยาน ทหาร ตำรวจ ศุลกากร ให้มีความเข้มแข็งที่สุด
ในส่วนที่เป็นเขตแดนเป็นการสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ก็อย่างบริเวณที่เป็นมาเลเซีย เรื่องรั้วร่วมกัน เรื่องของการลาดตระเวนร่วมกัน มีการทำจะพยายามทำการข่าวร่วมกัน เพื่อเป็นการป้องกันการค้าสัตว์ป่า ที่ผ่านมาก็ถือว่าภาพรวมประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ถ้าเราดูตัวอย่าง งาช้าง เป็นต้น เดิมๆ ประเทศไทยเราอยู่ในกลุ่มไพมารีค๊อปเทินร์ วันนี้เราก็ถูกลดระดับมา เราไม่ใช่กลุ่มที่เขาจับตาอย่างเป็นพิเศษแล้ว ทำให้ประเทศเรามีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ทำให้เราสามารถช่วยดูแลสัตว์ป่าได้อีกด้วย
ส่วนที่เดินทางมาดูบริเวณริมรั้ว เรามีการลาดตระเวนร่วมกัน แสดงให้เห็นศักยภาพของเจ้าหน้าที่เราที่มีการฝึกมา ทำให้เราสามารถรู้เรื่องของรูรั่วและจุดอ่อนได้ ทำให้เราสามารถดำเนินคดีได้หลายคดี
