ด่วน !!! เด้ง "พงศ์พร" ผอ.สำนักพุทธฯ เข้ากรุ! หลังลุยปราบทุจริตเงินทอนวัด-โดนองค์กรพุทธไล่บี้ !!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

มีรายงานว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอขอรับโอน พ.ต.ท. พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า แต่งตั้งเป็นต้นไป เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยตามที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ จึงเห็นสมควรให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

 

ด่วน !!! เด้ง "พงศ์พร" ผอ.สำนักพุทธฯ เข้ากรุ! หลังลุยปราบทุจริตเงินทอนวัด-โดนองค์กรพุทธไล่บี้ !!!

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่าการตรวจสอบเงินทอนวัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. สร้างความไม่พอใจให้กับพระสังฆาธิการบางรูป จนมีการตำหนิการทำงานของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ว่าทำให้พระพุทธศาสนาเสียหาย และอาจถูกคว่ำบาตรจากคณะสงฆ์ โดยมีรายงานว่า วัดแห่งหนึ่งเชิญผู้อำนวยการ พศ. ไปร่วมพิธีทางศาสนา แต่ไม่เชิญให้จุดธูปเทียนถวายผ้าไตรเหมือนเช่นทุกครั้ง


ซึ่งในเวลาต่อมา พ.ต.ท.พงศ์พร บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง และมีการแจกใบปลิวตำหนิตัวเองในงานด้วย ซึ่งขอชี้แจงว่า การทำงานของ พศ.ทำได้เพียงเรื่องที่เกี่ยวกับวินัยเท่านั้น ส่วนคดีอาญาเป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งหากผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายพร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน โดยไม่มีการกลั่นแกล้งและปฏิบัติเท่าเทียมกันกับคนทุกคนในสังคม

ด้านพระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ วัดสุทัศนเทพวราราม ยอมรับว่า ให้สัมภาษณ์ตำหนิ ผู้อำนวยการ พศ.จริง เพราะเห็นว่าไม่เข้าใจวิธีการทำงานของคณะสงฆ์ และมหาเถรสมาคม เข้ามาตรวจสอบการบริหารของวัดต่างๆ ทั้งที่ไม่มีความเข้าใจ มีการะแถลงข่าวรายวันว่าข้าราชการใน พศ.บางรายร่วมทำการทุจริต และกล่าวหาว่ามีพระสงฆ์ร่วมทุจริตด้วย ทำให้คณะสงฆ์ได้รับความเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินทอนวัด

 

สำหรับประวัติโดยย่อของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  รับราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2546   ในตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ  ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการปฏิบัติการพิเศษ เนื่องจากมีความรู้ความสามารถ ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสะกดรอยและการปฏิบัติการพิเศษ  จนได้รับการแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนสะกดรอย

ผลงานสำคัญๆ ถูกมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสะกดรอยหาเบาะแสของคนร้าย หลังหัวระเบิดอาร์พีจีสูญหาย จากคลังแสงของกองทัพบก จนมีความกังวลว่า อาวุธสงคราม ที่หายไป อาจถูกนำมาใช้ก่อเหตุความไม่สงบในประเทศ
 
นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำกำลังเข้าจับกุมจับ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข บรรณาธิการบริหารนิตยสาร วอยซ์ ออฟ ทักษิณ และแกนนำกลุ่มแดงสยามในคดีหมิ่นสถาบัน ขณะหลบหนีไปอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ. สระแก้ว
 
 
สำหรับบทบาทในฐานะผู้บัญชาการสำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ  ได้ทำคดีสำคัญๆ ที่เกี่ยวเนื่องการติดตามคดีรถยนต์หรูเลี่ยงภาษี และ รถยนต์โบราณ  2 คันที่เป็นข่าวโด่งดังและพ.ต.ท.พงศ์พร ร่วมรับผิดชอบก็คือ คดีรถยนต์ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม  โดยตามแนวทางการสอบสวนเชื่อว่ามีการปลอมลายมือชื่อผู้อื่น พร้อมมาสำแดงการนำเข้าโครงรถยนต์เป็นยี่ห้อแพนเธอร์ ส่วนเครื่องยนต์เป็นยี่ห้อจากัวร์ หมายเลขตัวรถ 731 หมายเลขเครื่องยนต์ 8L 66240-L
 
และคันที่สองเป็นรถยนต์เบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตั้งแต่กระบวนการนำเข้า การเสียภาษี และพบว่ามีการใช้เอกสารเท็จในการจดทะเบียน
 
ส่วนความเกี่ยวข้องในคดีของพระธัมมชโย  พ.ต.ท.พงศ์พร  เคยได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในชุดเจรจาร่วมกับ นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เดินทางมาร่วมและพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในการประสานงานให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวสู้ข้อกล่าวหาแต่ไม่เป็นผล