ไปเข้าคุกแล้ว !!! "สรยุทธ" ถูกควบคุมตัวไปเรือนจำ! หลังศาลฏีกาไม่ให้ประกัน! (คลิป)

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

วันนี้ ( 29 ส.ค.) ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง  ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ อ.313/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด หรือนางชนาภา บุญโต พนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท.จำกัด (มหาชน) และ บริษัทไร่ส้ม จำกัด โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในฐานะกรรมการบริษัท , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง และ นางสาวมณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัทไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ , เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร , เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ม.6,8,11

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1-4 รายละ 6 กระทง ให้จำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 จำคุก 30 ปี และปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 กระทงละ 20,000 บาทรวม 6 กระทง ปรับทั้งสิ้น 120,000 บาท ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 และนางมณฑา จำเลยที่ 4 จำคุก 6 กระทงๆละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกคนละ 20 ปี ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 13 ปี 4 เดือน และจำเลยยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดี
      
เมื่อถึงเวลาศาลออกนั่งบรรลังก์พร้อมถามหาจำเลยทั้งหมด ก่อนเปิดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยคำฟ้องของจำเลยที่ยื่นอุทธณ์ที่เห็นแย้งกับศาลชั้นต้นกว่า 15 ประเด็น ทั้งประเด็นการพิจารณาคดี หรืออำนาจหน้าที่ของจำเลยที่กระทำผิด รวมถึงการที่นายสรยุทธ อ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาหนักเกินไปและตัวเองมีคุณงามความดีหากพิจารณาลงโทษสถานหนักจะเกิดความเสียหายมหาศาล โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คุณงามความดีกับการกระทำความผิดเป็นคนละส่วนกัน ทำให้คำฟ้องของจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกประเด็น ศาลจึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 

ด้าน นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา หลังฟังคำพิพากษามีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด พร้อมเปิดเผยสั้นๆว่า จะยื่นฏีกาต่อพร้อมปฎิเสธทุกข้อหา ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษา โดยจะให้ทีมทนายความเพิ่มหลักทรัพย์ในการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีระหว่างยื่นฏีกา ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายสรยยุทธ และจำเลยร่วม ซึ่งยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาท ศาลเห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคำร้องขอประกันต่อไป

ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยนายสรยุทธ จะถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนผู้ต้องขังหญิงจะถูกคุมตัวไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง