- 30 ส.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
ไม่ผิดคาดสักนิด! "ทักษิณ" โผล่หลัง "น้องสาวนายกฯ หญิงผู้นอมินี" หนีคดีโกงข้าวไป 5 วัน โดยหยิบคำพูด "มงแต็สกีเยอ-นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศสนามอุโฆษ" มาโพสต์ ซึ่งอ่านดูก็รู้ในทันทีว่า จงใจกระแทกกระบวนการยุติธรรมไทย หลังคนในเครือข่ายของเขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยเฉพาะน้องสาวยิ่งลักษณ์อย่างที่รู้ ๆ กัน แต่คงลืมไปว่าตอนตนเองมีอำนาจ และเป็นรัฐบาลอยู่นั้น การบริหารราชการแผ่นดินของเขา แทบจะเหยียบปรัชญา "มงแต็สกีเยอ" ที่แบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ฝ่ายเสียจมดิน
ดังที่ได้กล่าว "มงแต็สกีเยอ" เป็นผู้ให้กำเนิดแนวคิดอำนาจอธิปไตยออกเป็น 3 ฝ่าย ซึ่งก็คือคือ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกใช้กันแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งไทย แต่ทว่า ในยุคที่รัฐบาลทักษิณเป็นใหญ่ ตั้งแต่ยุคไทยรักไทยเรื่อยมา มีข่าวอื้อฉาวกรณีการรวบอำนาจระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติมาอยู่ภายใต้คำบงการของ "ทักษิณ" อย่าต่อเนื่อง โดยขณะนั้นสภาสูง คือฝ่ายนิติบัญญัติ และสภาล่าง คือสภาผู้แทนราษฎร ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็น "สภาผัว-สภาเมีย" ที่ยกมือผ่านมติความเห็นชอบตามคำสั่งนายใหญ่ด้วยซ้ำ...เช่นนี้ ปรัชญาของ "มงแต็สกีเยอ" ที่ทักษิณเอามากล่าวอ้างวันนี้...จะไม่ถูกเหยียบจมดินไปหรือ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า "ทักษิณ" มักหยิบฉวยอะไรมาใช้เมื่อเป็นประโยชน์กับตัวเองเท่านั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นความจริงเชิงประจักษ์อีกครั้ง...จากการโพสต์ในครั้งนี้ เพราะเขาเลือกหยิบปรัชญาของ "มงแต็สกีเยอ" ในส่วนมราตัวเองได้ประโยชน์
อย่างไรก็ดี สำหรับโพสต์ข้อความของนายทักษิณ ที่โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้แก่ข้อความ ตามข้างล่างนี้
"มงแต็สกีเยอ เคยกล่าวไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม"
