- 02 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีเมื่อวันศุกร์ ที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ น.เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังหอประชุมพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทรงเปิดงานเทศน์มหาชาติและปฏิบัติธรรม ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ การนี้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ล่าสุดนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความพร้อมทั้งภาพของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และมีเนื้อหาถึงสมณะที่สง่างามด้วยศีล รวมทั้งหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ถึงเงินการสะสมเงินทอง โดยทั้งหมดระบุไว้ว่า
“สมณะที่ทรงพรหมจรรย์ในธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าย่อมสง่างามด้วยศีล ย่อมมีจิตเกษมที่โลกธรรมกระทบแล้วไม่หวั่นไหวแม้เสี้ยวธุลี บัณฑิตจึงสรรเสริญสมณะนี้
เมื่อไม่มีศีลก็ย่อมยินดีในเงินทองอามิสลาภสักการะ ย่อมยินดีสะสมเงินทองและทรัพย์สมบัติรวมทั้งยินดีในโลกธรรมเช่นฆราวาส บัณฑิตจึงติเตียนว่าเป็นผู้ปราศจากความละอาย ดังนี้แล”
ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในขณะยังเป็นสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) ได้มีการเผยแพร่ประวัติว่าท่านนั้นฯเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร พระธุดงค์กรรมฐานชื่อดังในจังหวัดสกลนคร ทั้งยังเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเป็นหัวหน้านำพระพุทธศาสนาจากประเทศไทยไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยได้วางรากฐานพระพุทธศาสนาจนมั่นคง มีวัดและพระสงฆ์ไทยอยู่ประจำ ณ นครซิดนีย์ มาจนถึงปัจจุบัน และได้ขยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลายเมือง เช่น กรุงแคนเบอร์รา นครเมลเบิร์น และเมืองดาร์วิน เป็นต้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวัตรปฏิบัติของ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ว่า “มีโยมท่านหนึ่งกราบเรียนถามท่านเจ้าประคุณสมเด็จว่า ท่านอาจารย์ ปัจจัยมากๆ ท่านอาจารย์ใช้ปัจจัยอย่างไรครับผม ท่านเจ้าประคุณสมเด็จท่านก็เมตตาพูดให้ฟังว่า ปัจจัยที่เราได้มานั้น
1.นำเข้ามูลนิธิหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่ท่านเป็นประธานอยู่
2.นำไปช่วยเหลือโรงเรียนวัดราชบพิธ ที่ท่านเป็นประธานอยู่
3.นำมาสงเคราะห์ให้กับพระเณร ที่อาศัยอยู่ในวัดราชบพิธ และช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้
สุดท้ายท่านเจ้าประคุณสมเด็จได้กล่าวไว้ว่า เราไม่มีแม้สักแดงเดียวนะ เราไม่สะสม แม้แต่เหรียญอาจารย์ฝั้นสักเหรียญเรายังไม่มี รถเราก็ไม่มี
ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Paisal Puechmongkol
