ดร.จักษ์โพสต์แรง! ปมคืนที่ดินอัลไพน์กลับไปให้วัด! ด่า "พวกชาติหมา โกงชาวนา อย่าอยู่ไทย"

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

สืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีคำพิพากษาให้จำคุก นาย ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ในครั้งดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีเพิกถอนคำสั่งกรมที่ดินให้ยกเลิกโฉนดที่ดินที่จดทะเบียนในนาม "สนามกอล์ฟอัลไพน์" อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  โดยมิชอบและก่อให้เกิดกระแสทวงคืนที่ดินมรดกนาง เนื่อม หรือ ยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา  กลับคืนความเป็นธรณีสงฆ์โดยสมบูรณ์ นั้น

ล่าสุด รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษาต่อเนื่อง และรักษาการผู้อำนวยการสถานการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ออกมาโพสต์ข้อความในประเด็นนี้ โดยมีใจความสำคัญเรียกร้องให้มีการคืนที่ดินดังกล่าวกลับไปให้วัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งมีเนื้อดังต่อไปนี้

#ฝันไป???

ที่ยาย มอบให้วัด
ก็คืนวัด อย่าขัดขืน
ที่คน ให้คนยืน
สัตว์ที่ยืน คืนให้คน

ภาษี ของดีชาติ
พวกโกงชาติ อย่าฉ้อฉล
เงินช่วย ช่วยคนจน
คนไม่จน อย่าปล้นไป

เงินวัด ต้องสร้างวัด
เงินทอนวัด อย่ายัดไส้
ประเทศ ของคนไทย
พวกปล้นไทย เราไม่เอา

คนเลว ต้องติดคุก
คนหนีคุก ต้องจับเผา
งบรัฐ มันของเรา
คนปล้นเรา เอาคืนมา

ตงฉิน ไม่ควรปลด
แต่ต้องปลด พวกชาติหมา
ต้องช่วย พวกชาวนา
โกงชาวนา อย่าอยู่ไทย!!!

จักษ์ พันธ์ชูเพชร
๔ กันยายน ๒๕๖๐

ทั้งนี้พินัยกรรมของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดาได้ยกที่ดินดังกล่าวแก่วัดธรรมิการามฯ ไม่ใช่ให้เป็นของมูลนิธิฯ เพราะวัดกับมูลนิธิฯ ที่เป็นนิติบุคคล เป็นคนละส่วนกัน หน่วยงานรัฐจึงควรทำสิทธิ์ในที่ดินให้เป็นไปตามพินัยกรรมและความประสงค์ของนางเนื่อมก่อน แล้วจึงพิจารณาแก้ปัญหาให้กับประชาชนที่ไปซื้อบ้านหรือที่ดินในโครงการหมู่บ้านอัลไพน์ที่ซื้อมาด้วยความสุจริตใจ 

ขณะที่นายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน ได้ออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าวในแต่ละประเด็นดังนี้

1.การเป็นที่ธรณีสงฆ์นั้น เป็นไปโดยสภาพของที่ดิน ที่ดินใดเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว การโอนจะต้อง ตราเป็นพระราชบัญญัติตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 หากมีการนำที่ดินไปออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินให้แก่ผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลายาวนานเพียงใด ก็ไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงผลทางกฎหมายของที่ธรณีสงฆ์ กรณีนี้จึงไม่อาจใช้วิธีการอื่นที่จะทำให้ที่ดินแปลงนี้พ้นจากสภาพการเป็นที่ธรณีสงฆ์ได้ หากผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ต้องการโอนที่ดินให้แก่เอกชน   ก็ต้องตราพระราชบัญญัติโอนที่ธรณีสงฆ์   ดังนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบย่อมต้องมีหน้าที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติ โดยชอบด้วยกฎหมายตามที่กล่าวแล้วข้างต้น (กรณีดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา)

 


2. อธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งที่ 2308/2544 ลงวันที่ 20 ธ.ค. 2544 เพิกถอนรายการจดทะเบียนและโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยกทั้งหมด ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ซึ่งต่อมามีผู้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และปลัดกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) เห็นว่าคำอุทธรณ์ฟังขึ้น จึงสั่งเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งต่อมา ป.ป.ช. พิจารณาว่าการกระทำของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่มีคำสั่งยกเลิกคำสั่ง กรมที่ดินดังกล่าว เป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ตัดสินจำคุก 2 ปีนั้น

 


การวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ยกเลิกคำสั่งของกรมที่ดินมีผลแต่เพียงทำให้ขั้นตอนต้องหยุดชะงักลงเท่านั้น แต่ไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพทางกฎหมายของที่ดินที่เป็นที่ธรณีสงฆ์ คำสั่งวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นคำสั่งทางปกครอง ดังนั้นผู้มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์ก็อาจเพิกถอนคำสั่งที่ขัดต่อกฎหมายและทำคำสั่งใหม่ได้เสมอ โดยคำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของผู้รับประโยชน์ในความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครองนั้นกับประโยชน์ของสาธารณะประกอบกัน เพื่อมิให้เกิดความเสียหายเกินควรแก่กรณี ทั้งนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539