- 11 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นการต่อสู้ของภาคประชาชนอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งเดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้าย เมื่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ที่นายยะเสอะนาสวนสุวรรณ ที่ 1 กับพวกรวม 151 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 7 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิดตามพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
โดยพฤติการเป็นการยื่นคำฟ้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 โดยมีการเรียกค่าเสียหายรวมทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท รวมทั้งขอให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553 และศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง 151 คน เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5นับจากวันฟ้อง
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา ส ภาทนายความ ระบุด้วยว่า ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งหมด ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 151 คน เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 นับจากวันฟ้อง
ส่วนในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1กับพวก รวม 7 คนให้ดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยให้กลับคืนมาดังเดิม
ขณะที่ นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ แกนนำชาวคลิตี้ แสดงความรู้สึก ชาวบ้านคลิตี้ทั้ง 151คน มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำสั่งพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์(ประเทศไทย) จำกัด กับพวก รวม 7ร่วมกันจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับชาวคลิตี้ จำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง อย่างไรก็ตามประเด็กหลักสำคัญที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดตอนนี้ ก็คือการเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับมาเหมือนเดิน หลังจากที่ผ่านมาชาวบ้านได้ต่อสู้คดีนี้มายาวนานกว่า 19 ปี
