- 12 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://deeps.tnews.co.th/
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ยิ่งความรู้สึกร่วมของหมู่มวลคนไทยผู้จงรักภักดี ในวันความเศร้าโศก 13 ตุลาคม 2559 ยากลืมเลือนหายไป เมื่อมีการรายงานข่าวว่าในเพจเฟซบุ๊ก “ประพันธ์ แสงมาน” ระบุถึงการเดินทางของบุคคล 2 ท่าน จากจังหวัดที่อยู่ไกลโพ้นถึงชายแดนใต้ เดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการเดินทางที่เต็มเปี่ยมด้วยหัวใจของความเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่งเป็นที่สุด
“ลุงเกริ่น เขียนชื่น อายุ 65 ปี เดินทางด้วยเรือกอและขนาดเล็กจากจังหวัดนราธิวาสมุ่งหน้าไปยังพระบรมมหาราชวัง เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันนี้ได้เดินทางผ่านปากอ่าวสมุทรปราการ เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ แล้ว โดยอยู่กลางทะเลพร้อมกับนายมุกตา นาวี อายุ 30 ปี หนุ่มชาวจังหวัดนราธิวาส เพื่อนจิตอาสา
ทั้งนี้ลุงเกริ่น ย้อนเล่าว่า หลังจากตั้งใจจะเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ จึงขอให้ช่างในจังหวัดปัตตานีช่วยต่อเรือให้ เป็นเรือกอและลำเล็ก นั่งได้ 2 คน มีการเสริมอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อให้การเดินเรือในทะเลปลอดภัยมากขึ้น หากต้องเจอคลื่นสูงหรือลมแรง เช่น การต่อเสากระโดงเพื่อใช้ในการชักใบเรือ และการต่อทุ่นข้างเรือทั้ง 2 ข้าง โดยใช้เงินในการต่อเรือลำนี้ประมาณ 7 หมื่นบาท ก่อนตั้งชื่อเรือลำนี้ว่า “ ญีวอ ยัง ซามอ แปลว่า หัวใจเดียวกัน”
โดยตนเองและนายมุกตา ได้ออกเดินทางจากจังหวัดนราธิวาส มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมจนถึงวันนี้ รวมระยะเวลาได้ 65 วันแล้ว และตั้งใจจะพักที่สัดบางน้ำผึ้งนอก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะออกเดินทางเข้าพื้นที่กทม. โดยคาดว่าจะถึงกรุงเทพฯในช่วงบ่ายหรือเย็นของวันพรุ่งนี้ ( 13 ก.ย.) และจะหาที่พักที่ใกล้กับพระบรมหาราชวังเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันรุ่งขึ้น ( 14 ก.ย.) ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและประสบการณ์ที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต รวมทั้งเรือกอและนี้ยังถือเป็นสัญญลักษณ์ของชาวเรือใต้อีกด้วย
