คดีผุดขึ้นมาเรื่อยๆ! "หญิงปู" ซีดอีก แม้"ปปช." ไม่ชี้มูลคดีน้ำท่วมใหญ่ปี 54 แต่เมกะโปรเจกต์น้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านที่ "ครม.ปู"ผลักดันยังสอบต่อ

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

คดีผุดขึ้นมาเรื่อยๆ!! "หญิงปู" ซีดอีก แม้ "ปปช." ไม่ชี้มูลคดีน้ำท่วมใหญ่ปี 54 รวมทั้ง "อภิสิทธิ์ , ยงยุทธ , ธีระ , ประชา และคุณชายหมู” ก็รอดด้วย แต่คนละประเด็นกับโครงการเมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผลักดันโครงการนี้ทันทีหลังน้ำลดวงเงิน 3.5 แสนล้านนั้น ยังสอบต่อ  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการหาข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.

 

วันนี้ (15 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายการ กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีไม่ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีต รมว.มหาดไทย นายธีระ วงศ์สมุทร อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต รมว.ยุติธรรม และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรณีเก็บกัก ควบคุม ระบาย หรือการบริหารจัดการน้ำเป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554

 

โดยนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาฯ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. แจกแจงว่า คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติไม่ชี้มูลความผิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรมว.มหาดไทย นายธีระ วงศ์สมุทร อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตรมว.ยุติธรรม ในฐานะอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.)ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯกทม. กรณีเก็บกัก ควบคุม ระบาย หรือการบริหารจัดการน้ำเป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554 โดยมีสาระสำคัญ คือ

 

สำหรับในกรณีของนายอภิสิทธิ์ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า นายอภิสิทธิ์ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการ กำหนดปริมาณน้ำที่จะระบายหรือเก็บกักไว้ในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์แต่อย่างใด แต่เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ซึ่งต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการในการดำเนินการปล่อยน้ำและเก็บกักน้ำ อีกทั้งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2554 น้ำในเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำต่ำสุดทุกเขื่อน  ดังนั้น จะเห็นได้ว่านายอภิสิทธิ์มิได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน อันเป็นสาเหตุให้เกิดอุทกภัยครั้งนี้ จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป


สำหรับกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์  นายยงยุทธ  และ นายธีระ ป.ป.ช.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่า เป็นไปตามหลักการและตามเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ แม้จะมีการผันน้ำในทางตะวันออกและตะวันตกก็ไม่อาจจะบรรเทาความเสียหายจากปริมาณน้ำที่ไหลผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่างได้ กรณีนี้จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวละเว้นไม่ผันน้ำตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2553 – 2557 ข้อกล่าวหาในประเด็นนี้ไม่มีมูล จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

 

ส่วนกรณีของ พล.ต.อ.ประชา ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ มีการเตือนภัยและให้การเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและได้แจ้งเตือนประชาชน และมีสายด่วนรับแจ้งเหตุตลอดจนสอบถามข้อมูล 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งจังหวัดทุกจังหวัดให้ทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวทางการดำเนินการทั้งการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัยและหลังจากเกิดภัย จึงเห็นว่าข้อกล่าวหาในประเด็นนี้ไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

 

และกรณีสุดท้ายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา เป็นการดำเนินการส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมตามแนวทางที่รับมาจากศปภ. ซึ่งมีความจำเป็นที่หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการไปในทางที่เป็นการรักษาประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ถึงแม้จะมีพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบก็ตาม แต่มิได้มีเจตนาให้ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและพื้นที่โดยรอบได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงเห็นว่าข้อกล่าวหาในประเด็นนี้ไม่มีมูล จึงเห็นควรให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

 

อย่างไรก็ตาม รองเลขาฯ ป.ป.ช. ยังระบุด้วยว่า เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไปนั้น เป็นคนละประเด็นกับข้อกล่าวหา กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวก ดำเนินโครงการเพื่อออกแบบ และก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ วงเงิน 350,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช