- 25 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ วัฒนาภา คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะบริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินจำนวน 100,000,000 (หนึ่งร้อยล้านบาท) ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารี่ ภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โอกาสนี้ทรงมีพระราชดำรัสความว่า "...ช่วยโครงการศิริราชที่ดำเนินการอยู่ หวังว่าจะช่วยได้บ้าง และก็ขอขอบคุณที่ดูแล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยนะ..."
ล่าสุดเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Army Worldwide News ได้โพสต์ข้อความ ซึ่งพบว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และนำมาเผยแพร่ต่อ โดยเนื้อหามีการบอกเล่าถึงสภาพการณ์ของโรงพยาบาลหลายแห่งที่อยู่ในสภาวะขาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการอ้างถึงโรงพยาบาลศิริราช ว่ามีการขาดทุนปีละ700ล้าน จากกรณีของบัตรทอง ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดระบุไว้ดังนี้
จริงหรือไม่ ? ลองอ่านและพิจารณากันดู !
โรงพยาบาลศิริราช อันเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขาดทุนปีละประมาณ 700 ล้าน จากบัตรทอง ได้ทราบมาว่าแม้แต่โรงพยาบาลราชวิถีและโรงพยาบาลภูมิพลก็ขาดทุนจากบัตรทองประมาณปีละ 400 ล้านบาท โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั้นขาดทุนจากบัตรทองประมาณ 500 ล้านบาทต่อปีจากบัตรทอง ส่วนโรงพยาบาลรามาธิบดี ผมไม่ทราบตัวเลข ยังไม่ได้ถาม
โรงพยาบาลขนาดใหญ่ และโรงเรียนแพทย์เหล่านี้ขาดทุนจากการรับคนไข้หนักที่ refer มาจากทั่วราชอาณาจักร ที่รักษากันไม่ไหวแล้ว และโรงพยาบาลเหล่านั้นก็ขาดทุนบักโกรกจนไม่มีเงินส่ง refer มาด้วย 700 บาทตามระเบียบของบัตรทอง
ผมได้ยินกับหูจากผู้บริหารศิริราชว่า ผู้บริหารศิริราชเอง บอกว่า ที่ส่งมาก็ลูกศิษย์เราทั้งนั้น เขาหวังพึ่งเราเพราะเขาก็รักษากันจนหมดฝีมือและความสามารถแล้ว ยังไงก็คนไข้ของลูกศิษย์เรา เราต้องช่วย ถ้าเราไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยลูกศิษย์ของเราและประชาชน
เรื่องเงินที่ขาดทุนก็คงต้องหากันไป ศิริราชมูลนิธิก็คงต้องหาเงินบริจาคหนักมาก โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เลยจำเป็นอย่างยิ่งทำให้ได้เป็นผู้ให้และผู้รับในเวลาเดียวกัน
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นั้นโชคดี มีสภากาชาดไทย และเจ้านายทรงงานหนักมาก พระเมตตาบารมีปกแผ่ให้ประชาชน ไม่เช่นนั้นก็คงอยู่ไม่ได้ไปแล้วเช่นกัน
โรงเรียนแพทย์ในต่างจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย อยู่ในอาการเดียวกัน และน่าจะหาเงินบริจาคได้ยากยิ่งกว่าโรงเรียนแพทย์ในกรุงเทพ จึงน่าเห็นใจเสียยิ่งกว่า
บ้านเราอยู่รอดด้วยเมตตา และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
เลิกทำบุญสร้างพระเจดีย์ โบสถ์ อันมโหฬาร กันเถิดครับ..เอาแต่พอควรให้ได้สืบพระศาสนาก็พอ....พระอริยสงฆ์ เช่น หลวงตามหาบัว หรือองค์อื่นๆ ท่านก็สร้างโรงพยาบาล หลวงพ่อจรัญ ก่อนละสังขารท่านก็บริจาคให้ศิริราช 50 ล้านบาทเพื่อช่วยชีวิตคน
ภาษิตจีนกล่าวว่า ช่วยชีวิตคนได้กุศลยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น
บ้านเราขาดแคลนเรื่องโรงพยาบาลจริงๆ วัดอาจจะมีเยอะมากพอแล้ว ทำบุญกับโรงพยาบาลกันเถิดครับผม ได้บุญจริงๆ ได้ช่วยชีวิตคนด้วยนะครับผม
ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Army Worldwide News
