- 25 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 3 นายมาสอบถามข้อมูลความเชื่อมโยง ตามด้วยข้อเท็จจริงอันน่าเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายแล้วแต่สิ่งที่สังคมยังค้างคาใจก็คือขั้นตอนการพิจารณาความผิด โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายยังไม่มีความผิดทางคดีอาญาจึงได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากวันที่พาอดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนี ศาลยังไม่ออกหมายให้เป็นผู้ต้องหา มีสถานภาพเพียงจำเลยในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณี ความคืบหน้าการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย มีส่วนเกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำต้องว่าไปตามกฎหมาย ว่าใครเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายยังไม่มีความผิดกรณี พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะ ศาลออกหมายจับหลังกานดำเนินการ แต่ต้องดูเจตนาของตำรวจทั้ง 3 นาย ว่ามีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่ ตลอดจนถึงการนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปส่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ต้องดูว่าไปส่งตรงนั้นแล้วอย่างไรต่อเพราะส่งแค่ชายแดน ยังไม่ออกนอกประเทศ ส่วนเกี่ยวข้องนายตำรวจอักษรย่อ "ภ และ ค" หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการ
ล่าสุดพันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงถึงการเรียกพลตำรวจเอกที่มีข่าวพัวพันวางแผนพา นางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนีคดีจำนำข้าวออกนอกประเทศ ขึ้นอยู่กับกับการพิจารณาของชุดทำงาน ที่มี พลตำรวจเอกศรีวราห์ สามารถขยายผลให้มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเชิญอดีตผู้บังคับบัญชา รวมถึงนักการเมืองใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี มาให้ข้อมูลได้หรือไม่ นอกจากนี้ทีมงานของพลตำรวจเอกศรีวราห์ ยังมีการตีความในวงกว้าง ประเด็นการช่วยนางสาวยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศ ก่อนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการพิพากษาคดีจำนำข้าว เป็นการเล็งเห็นผลในอนาคตหลังจากศาลจะมีการพิพากษา
นอกจากนี้ส่วนกระแสข่าวว่าเป็นการจัดฉากยึดรถ และ สอบสวนตำรวจทั้ง3นาย เพื่อกลบประเด็นข่าวทางการเมืองนั้น พลตำรวจเอก กฤษณะ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ยอมให้นำศักดิ์ศรีของตำรวจมาทำลาย ไปแลกกับการตั้งข้อสงสัยของสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาตำรวจได้มีการวางกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่ก่อนศาลมีคำพิพากษา กระทั่งจำเลยหลบหนีคดี จึงมีการแกะรอยตรวจสอบจนทราบรถและเส้นทางหลบหนี ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องปาหี่อย่างแน่นอน ส่วนความผิดทางอาญา ล่าสุดได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ที่สน.ปทุมวัน ในกรณีใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมรถยนต์คัมรี่ที่ตำรวจตรวจยึดได้ ในข้อหา ปลอมและใช้เอกสารปลอม เพื่อสอบสวนว่าผู้ใดเป็นคนปลอมแผ่นป้ายทะเบียน
