- 26 ก.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th
หลังจากออกมาประกาศกร้าวของเกาหลีเหนือ ต่อความพร้อมทำสงครามกับสหรัฐทุกรูปแบบ โดยสื่อตะวันตกไปหยิบยกคำกล่าวของนายรียองโฮ (Ri Yong-ho) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ มาเป็นประเด็นพาดหัวใหญ่ ว่า สหรัฐเป็นฝ่ายประกาศสงครามก่อน ต่อจากนี้เกาหลีเหนือจึงมีสิทธิ์ดำเนินมาตรการโต้ตอบในทุกทาง รวมทั้งสิทธิ์ในการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ไม่เว้นแม้จะอยู่นอกน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ
ข้อพิจารณาก็คือกรณีนี้จะนำไปสู่การระเบิดสงครามระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือมากน้อยแค่ไหน เริ่มจากการย้อนกลับไปดูมูลเหตุจูงใจทำให้ นายรียองโฮ ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐ พบว่ามาจากการตีความความคิดโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งระบุผ่านทวิตเตอร์ ว่า “ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือจะคงอยู่อีกไม่นาน หากเกาหลีเหนือยังไม่หยุดใช้คำพูดยั่วยุ และบางข้อความพาดพิงดูถูกผู้นำเกาหลีเหนือว่าเป็นมนุษย์จรวด”
ไม่เท่านั้นยังมีการโฟกัสไปที่คำพูดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีข้อความตอนหนึ่งพาดพิงว่า หากสหรัฐถูกคุกคามจากเกาหลีเหนือ ก็เท่ากับสหรัฐถูกบังคับให้ต้องปกป้องตนเอง ซึ่งสหรัฐก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากที่จะต้องทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซากเช่นกัน
ไฮไลต์ต่อมาก็มีการนำเสนอข้อมูลจากสื่ออีกว่าสหรัฐมีการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าไปใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ และขยายความว่าเป็นการบินไปใกล้เขตแดนของเกาหลีเหนือมากที่สุดของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
ล่าสุดกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดบี-1บีแลนเซอร์และเครื่องบินขับไล่เอฟ-15ซี อีเกิลของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งมีการอ้างอิงว่ามีแนวเขตการบินเข้าใกล้เกาหลีเหนือ โดยข้อเท็จจริงฝูงบินรบมีพิกัดบินสูงสุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาจากอีกฝ่ายว่าต้องการยั่วยุก่อสงคราม ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ได้มีคำกล่าวใดๆที่เป็นการประกาศสงครามกับเกาหลีเหนืออย่างที่มีการระบุถึง และที่สำคัญดังกล่าวเส้นทางฝูงบินรบของสหรัฐมีปลายทางไปยังเขตปลอดทหาร ภายใต้ปฏิบัติการความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นเท่านั้น ??
กลับมาที่จุดยืนของประเทศยักษ์ใหญ่ที่ทั้งสหรัฐและเกาหลีเหนือน่าจะเกรงอกเกรงใจ พบว่านอกจากจีนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงถึงขั้นก่อระเบิดสงครามระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ถึงขั้นปฏิบัติร่วมซ้อมรับกับรัสเซียทางทะเลเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ บริเวณอ่าวปีเตอร์ เดอะเกรท ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนรัสเซีย เกาหลีเหนือ ไม่มากนัก จนหลายฝ่ายประมินว่านี่คือสัญญาณบ่งบอกชัดที่สุดว่า ทั้งจีนและรัสเซียไม่เห็นด้วยกับปมก่อศึกสงครามที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากฝ่ายหนึ่งฝายใดก็ตาม
ลืมไม่ได้เลยคือบริบทคำพูดของ นายเซอร์เกย์ ราฟลอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่ออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือหยุดพฤติกรรมยั่วยุคุกคามซึ่งกันและกัน พร้อมเปรียบการกระทำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ว่า เหมือนเด็กอนุบาลทะเลาะกันที่โรงเรียน และขอให้ทั้งสองฝ่ายอดกลั้นต่อการทำให้ความขัดแย้งบานปลายกลายเป็นสงคราม !!!!
