- 27 ก.ย. 2560
จากวันนั้น..ถึงวันนี้..!! ติดคุก 5 ปี พอหรือ?? สื่อทั่วโลกตีข่าวคำพิพากษาจากศาลฎีกา ตัดสินจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา!?
วันที่ 27 กันยายน 2560 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเอกฉันท์ พิพากษาให้จำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ซึ่งละเลยการตรวจสอบการระบายข้าวจีทูจี จนเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ โดยศาลให้ออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเลย มารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป
หากย้อนกลับไปเมื่อปีพ.ศ. 2554 รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ชนะการเลือกตั้งโดยได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลโดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย แต่ยังไงก็ตามยังคงถูกมองว่าเป็นตัวแทนของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอ
รัฐบาลพรรคเพื่อไทย กลับมาใช้นโยบายรับจำนำข้าวเปลือกอีกครั้งในปีการผลิต 2554/2555 และยกระดับราคารับจำนำข้าวเปลือก เป็นตันละ 15,000 บาท ซึ่งได้ประกาศเป็นนโยบายตอนหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยประกาศเริ่มโครงการรับจำนำผลผลิตข้าวจากชาวนาหมดทุกเมล็ดในวันที่ 7 ตุลาคม 2554 ทั้งแบบประทวนและยุ้งฉาง ขณะนั้นมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ดำเนินโครงการ
ย้อนกลับไปปี 2553 นโยบายโครงการจำนำข้าวตันละ 1 หมื่น 5 พันบาท ที่พรรคเพื่อไทยชูเป็นนโยบายหลักหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้ชนะคู่แข่งท่วมท้น ถูกจับตามองและถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เริ่มโครงการว่า จะเกิดภาระงบประมาณ เกิดปัญหาขาดทุนมหาศาล เนื่องจากราคาข้าวในตลาดโลกตกต่ำ แต่รัฐบาลรับจำนำให้ราคามากกว่าราคาตลาด และยังมีคำถามว่าจะระบายข้าวได้มากน้อยเพียงใด
เมื่อผ่านไป 2 ปี รัฐบาลยังไม่สามารถระบายข้าวในสต็อกได้ ก่อเกิดปัญหาด้านงบประมาณที่นำมาจ่ายคืนให้ชาวนา ซึ่งทางคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้เปิดเผยตัวเลขขาดทุนกว่า 2 แสน 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ได้ออกมาปฏิเสธตัวเลขที่เกิดขึ้น
เกิดเป็นปัญหาความไม่ชอบมาพากลของโครงการรับจำนำข้าว และเริ่มชัดขึ้นตามลำดับ เมื่อมีการตรวจพบขบวนการปลอมใบประทวนนำไปขึ้นเงินกับ ธกส.โดยที่ไม่ได้นำข้าวมาจำนำจริง รวมถึงมีการนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่คุณภาพต่ำมาสวมสิทธิ์ การขโมยข้าวจากโกดังมาเวียนเทียนจำนำ อีกทั้งปัญหาข้าวเน่าจากการเก็บรักษา ซึ่งหลายฝ่ายได้ออกมาเปิดโปงขบวนการนี้ ทั้งเปิดเผยผ่านที่สาธารณะและการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น
พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ฐานปล่อยปละละเลยและเพิกเฉยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว นอกจากนี้ การเก็บรักษายังมีปัญหาทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพและสูญหาย ทำให้การขายข้าวขาดทุน ข้าวหายจากโกดัง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่ ทำลายระบบโรงสี ทำให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกสำคัญ จากราคาข้าวที่สูงกว่าคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาทและมีการสรุปตัวเลขความเสียหายจากโครงการนี้มากกว่า 6 แสน 8 หมื่นล้านบาท จากนั้นอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการไต่สวนคดีกว่า 2 ปี 4 เดือน
เมื่อเข้าสู่ที่รัฐบาลที่มาจากคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. โครงการรับจำนำข้าวถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น มีการตั้งคณะกรรมการสอบสอบสต๊อคข้าวและความเสียหายต่างๆ
ลำดับเวลาของคดีนี้
ปีพ.ศ. 2554
ประกาศรับจำนำข้าว
ปีพ.ศ. 2555
เดือนตุลาคมต่อเนื่องถึงเดือนพฤศจิกายน มีการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. 3 ครั้งให้ตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว โดยพรรคการเมืองใหม่, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ปลายปีเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำ ส.ส. ฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประเด็นทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยเฉพาะการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G)
ปีพ.ศ. 2556
วันที่ 5 มิถุนายน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ยื่น ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการระบายข้าวค้างเก่าในโครงการรับจำนำปี 2554/2555 เป้าหมายในการยื่น ป.ป.ช. ครั้งนี้ เน้นไปที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงคณะกรรมการนโยบายข้าว และนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าว
ปีพ.ศ. 2557
วันที่ 20 มกราคม คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่ได้ชุมนุมขับไล่รัฐบาลเพื่อไทย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556-เดือนพฤษภาคม 2557 เคลื่อนขบวนจากเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปปิดล้อมธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ที่สะพานควาย เพื่อคัดค้านการนำเงินฝากของประชาชนมาช่วยเหลือโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการทุจริต
วันที่ 28 มกราคม ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ไต่สวนนางสาวยิ่งลักษณ์ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว และใช้เวลา 21 วันในการแจ้งข้อกล่าวหา
วันที่ 8 พฤษภาคม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลนางสาวยิ่งลักษณ์ คดีจำนำข้าว ส่งเรื่องให้ ส.ว. ดำเนินการถอดถอน
วันที่ 22 พฤษภาคม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐประหารรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์
วันที่ 17 กรกฎาคม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลนางสาวยิ่งลักษณ์ คดีจำนำข้าว ผิดในส่วนคดีอาญา
ปีพ.ศ. 2558
วันที่ 23 มกราคม อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์วันเดียวกับที่ สนช. มีมติถอดถอนด้วยคะแนน 190 ต่อ 18 เสียง ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ป.ป.ช. ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ให้เรียกค่าเสียหายจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ในโครงการรับจำนำข้าว
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ต่อ ‘ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง’ ให้เอาผิดฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 123/1 วรรคสี่ มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม ศาลฎีกาฯ รับฟ้อง
วันที่ 19 พฤษภาคม ศาลฎีกาฯ เริ่มพิจารณาคดีครั้งแรก โดยให้นางสาวยิ่งลักษณ์มาศาลทุกครั้งในการไต่สวนพยานทั้งฝ่ายโจทก์-จำเลย และให้ประกันตัวด้วยเงินสด 30 ล้านบาท
วันที่ 29 กันยายน นางสาวยิ่งลักษณ์ ยื่นฟ้องอัยการสูงสุดกับพวกต่อศาลอาญา ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีสั่งฟ้อง แต่ศาลไม่รับคำฟ้อง
ปีพ.ศ. 2559
วันที่ 15 มกราคม เริ่มไต่สวนพยานนัดแรก
วันที่ 13 พฤษภาคม นางสาวยิ่งลักษณ์ยื่นฟ้องนายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธาน คกก. ตรวจสอบความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว
วันที่ 13 ตุลาคม รมว. คลัง เซ็นคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 35,717,273,028 ล้านบาท ภายใน 30 วัน
วันที่ 23 พฤศจิกายน นางสาวยิ่งลักษณ์ยื่นฟ้องพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวก เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท กรณีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว
ปีพ.ศ. 2560
วันที่ 26 มกราคม ศาลปกครองกลางรับฟ้องคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ต่อมาศาลมีคำสั่งไม่ทุเลาบังคับคดี
วันที่ 29 มิถุนายน นางสาวยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ ออกเดินเผชิญสืบที่โรงสีข้าว จ.อ่างทอง แต่ศาลยกคำร้อง
วันที่ 7 กรกฎาคม นางสาวยิ่งลักษณ์ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายวิธีพิจารณาคดีในศาลฎีกาฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ศาลยกคำร้อง
วันที่ 21 กรกฎาคม ไต่สวนพยานนัดสุดท้ายในคดีจำนำข้าว
วันที่ 26 กรกฎาคม กรมบังคับคดีได้รับคำสั่งให้อายัดบัญชีของนางสาวยิ่งลักษณ์ 12 บัญชี แต่พลเอกประยุทธ์ยืนยันว่ายังไม่มีการยึดทรัพย์
27 กรกฎาคม 2560 ยิ่งลักษณ์ระบุว่า มีเงินในบัญชีบางส่วนถูกถอนออกไปแล้ว นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่ามี 5 บัญชี ซึ่งมีเงินจำนวนเงินหลักแสนถูกถอนมารวมไว้ด้วยเหตุผลความจำเป็นบางอย่าง แต่ยังไม่มีส่วนใดที่ส่งเข้าคงคลัง โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ยังสามารถร้องขอต่อศาลปกครองเพื่อขอทุเลาตามกระบวนการของกฎหมายได้ แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการยึดมาเป็นของหลวง และทรัพย์สินเหล่านี้ยังเป็นกรรมสิทธิ์เจ้าของเดิมทั้งหมดจนกว่าจะมีผลทางคดี
วันที่ 1 สิงหาคม นางสาวยิ่งลักษณ์แถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลฎีกาฯ “ดิฉันขอใช้โอกาสนี้กล่าวกับทุกท่านอย่างหมดใจในวันนี้ ในเรื่องที่ดิฉันถูกดำเนินคดีโดยไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม” ประโยคดังกล่าวคือการเปิดฉากของการกล่าวถ้อยแถลงปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลฎีกาฯซึ่งมีความยาวกว่า 19 หน้า ใน 6 ประเด็นสำคัญ
ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษา แต่ทว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาของศาล และอ้างผ่านทนายส่วนตัว เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เมื่อคณะพิจารณาแล้วไม่น่าเชื่อว่าจำเลยอาการป่วยจริง และไม่สามารถเดินทางมาฟังได้ อีกทั้งไม่มีใบรับรองแพทย์ อันเชื่อได้ว่าจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี จึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ล่าสุด วันนี้ (27 ก.ย.) ศาลฏีกาแผนกของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้นัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นการนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่ 2 หลังจากที่เลื่อนการอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาถึง 3 ชั่วโมง และได้สรุปว่า ศาลได้ตัดสินจำคุกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ข้อหาที่ปล่อยละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐเสียหายหลายแสนล้าน และให้ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มารับโทษ
สำหรับวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเลยในคดีไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา มีเพียง นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจเข้ารับฟัง ขณะที่บริเวณโดยรอบมีมวลชนและสื่อมวลชนเดินทางมายังศาลฎีกาท่ามกลางการดูแล รักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สื่อข่าวต่างประเทศ ได้มีการการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีที่ศาลฎีกาพิพากษาเกี่ยวกับคดีการจำนำข้าว ตัดสินจำคุก ข้อหาที่ปล่อยละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ทำให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทำให้รัฐเสียหายหลายแสนล้าน ซึ่งนับว่านานาประเทศต่างจับตา ตีข่าวออกสู้สังคมทั่วโลก และภายหลังจากศาลฎีกาพิพากษาเกี่ยวกับคดีการจำนำข้าว ตัดสินจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา สื่อทั่วโลกตีข่าวและรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีนี้เช่น
