- 05 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
โคตรของข่าวดีชาวกรุงฯ และจำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง! "รองผบช.น." เผยห้าม ตร.88 สน. รวมทั้ง บก.จร.ตั้งด่านอย่างเด็ดขาด เพราะไม่ช่วยแก้ปัญหา เริ่มตั้งแต่ 3 ต.ค. แล้ว คงเหลือไว้เฉพาะด่านตรวจแอลกอฮอล์ และจุดตรวจควันดำ หรือเสียงดังเท่านั้น แต่ต้องทำแผนเสนอให้ตน เป็นผู้อนุมัติคนเดียวเท่านั้น
วันนี้ (5 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร ออกมาเปิดเผย กรณีที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. มีคำสั่งให้ยกเลิกการตั้งด่านกวดขันวินัยจราจรในพื้นที่นครบาลทั้งหมด เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด โดยให้เหลือไว้เฉพาะด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ และจุดตรวจวัดมลภาวะควันดำ หรือเสียงดังเท่านั้น
ต่อเรื่องนี้ ล่าสุดตนได้ทำหนังสือเพื่อแจ้งไปยัง 88 สน. และบก.จร. ให้ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. เป็นต้นไป ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องไม่มีการตั้งด่าน กวดขันวินัยจราจรในช่วงกลางวันแม้แต่ด่านเดียว แต่หากจำเป็นจะต้องตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์จะต้องทำแผนเสนอ ให้ตนเป็นผู้อนุมัติในวันรุ่งขึ้นคนเดียวเท่านั้น หลังจากดำเนินการเสร็จจะต้องส่งผลการดำเนินการรายละเอียดทั้งหมดว่า จับกุมได้กี่รายส่วนด่านควันดำและเสียงดัง ก็จะต้องมาขออนุญาตที่ตนเช่นกัน ซึ่งในรายละเอียดจะต้องเสนอแผนว่าจะตั้งที่ถนนใดหรือจุดใด
รองผบช.น. ยังระบุด้วยว่า หลังจากที่บช.น. ได้สั่งการไปแล้วเชื่อว่า ตำรวจจราจรทุกคนจะดำเนินการตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตำรวจจราจร จะต้องลงพื้นที่เพื่อกวดขันวินัยจราจร ในจุดที่พบว่ามีผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิดอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นกรณีจอดรถในที่ห้าม จอดรถกีดขวางการจราจร รถจักรยานยนต์วิ่งย้อนศรหรือรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า ส่วนในกรณีที่มีรถจอดในที่ห้าม แต่ไม่พบคนขับหน้าที่ตำรวจสามารถเขียนใบสั่ง 8 พร้อมทั้งใช้เครื่องมือบังคับล้อหรือรถยกได้ทันที โดยการปฏิบัตินั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถดำเนินการได้
"แม้จะไม่มีการตั้งด่านและไม่ถือว่าเป็นด่านลอย เนื่องจากกฎหมายระบุว่า การกระทำผิดกฎหมายจราจรนั้นเป็นการกระทำความผิดโดยซึ่งหน้า หากตำรวจพบเห็น สามารถดำเนินการได้ทันที" รองผบช.น. ระบุ
นอกจากนี้ รองผบช.น. ยังชี้แจงว่า เพื่อเป็นการกำชับในเรื่องนี้ ตนได้มีการเซ็นหนังสือคำสั่ง เพื่อแจ้งรายละเอียดดังนี้
1. สำหรับการตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และจุดตรวจวัดมลภาวะ
1.1ห้ามมิให้ตั้งจุดตรวจขันวินัยจราจรในพื้นที่ที่รับผิดชอบโดยเด็ดขาด แต่ให้เข้มงวดกวดขันจับกุมความผิดซึ่งหน้าโดยเฉพาะข้อหาที่ส่งผลกระทบต่อการจราจร
1.2ให้แต่ละหน่วยที่มีการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เสนออนุมัติแผนการตั้งจุดตรวจมายังบช.น.ทุกกรณีเพื่ออนุมัติเป็นรายรายไป 1.3การตั้งจุดตรวจวัดมลภาวะให้เสนอขออนุมัติแผนการจัดตั้งจุดตรวจมายังบชน.โดยจะต้องมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมสำนักงานเขตที่รับผิดชอบพื้นที่ที่มีการตั้งจุดตรวจ และบก.จร. 2. กำชับเรื่องความประพฤติระเบียบวินัยและการแต่งกาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรชุดใหม่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและส่งเสริมพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยจะต้องตัดผมสั้นรองเท้าสูงห้ามไว้หนวดไว้เคราในลักษณะที่ไม่เรียบร้อยรวมทั้งจะต้องแต่งกายให้ถูกตามระเบียบขณะปฏิบัติหน้าที่
3. ในกรณีมีเหตุพิเศษเช่นฝนตก น้ำท่วม อุบัติภัยต่างๆ หรือการจราจรติดขัด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปรากฏกายให้เห็นอย่างเด่นชัด และอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าการจราจรจะคลี่คลาย
และ 4. ให้แต่ละหน่วย มอบหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกนายให้รับผิดชอบพื้นที่ถนน ตรอก ซอย เป็นช่วงต่อเนื่องกัน โดยมีผู้บังคับบัญชาฝ่ายจราจรควบคุมกำกับดูแลตามลำดับชั้นโดยเคร่งครัด หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดกฎหมายจราจร จะพิจารณาดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
