- 08 ต.ค. 2560
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก จะต้องมีชื่อของประเทศรวันดา รวมอยู่ในนั้นด้วย สาเหตุเพียงเพราะ “ทั้งสองฝ่ายอยู่คนละเผ่า” ทั้งที่เป็นประชาชนในประเทศเดียวกัน แต่ด้วยเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างเบลเยียม ใช้นโยบาย “แบ่งแยกแล้วปกครอง” มาใช้ในรวันดา แต่เดิมที่ชนเผ่าใหญ่ๆ ของรวันดาจะมี เผ่าทุตซี และ เผ่าฮูตู ซึ่งเป็นเผ่าที่มีจำนวนประชากรเยอะกว่า ก่อนหน้านั้นระหว่างสองเผ่าก็อยู่กันเป็นปกติแม้จะมีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็เหมือนกับคนที่อยู่กันคนละจังหวัดไม่พอใจอะไรก็คิดว่าไม่ชอบไอ้พวกนี้แค่นั้น แต่พอเบลเยียมใช้นโยบายดังกล่าว ปัญหาของทั้งสองเผ่าพันธุ์ก็เริ่มปะทุขึ้น
การดำเนินนโยบายแบ่งแยกแล้วปกครอง ทำให้เกิดการแบ่งแยกอย่างชัดเจน เผ่าทุตซี่จะเป็นเผ่าที่ได้รับอภิสิทธิ์อยู่เสมอ ทำงานราชการ งานโรงแรม เป็นเผ่าที่มีฐานะ แต่ฮูตูจะเป็นพวกคนใช้แรงงาน สวัสดิการใดๆ จากรัฐบาลก็ด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด จนถึงขนาดมีการทำบัตรประจำตัวประชาชนที่เขียนลงไปเลยว่าเจ้าของบัตรอยู่เผ่าอะไร จนเกิดความเกลียดชังกันอยู่ในใจ แต่เหตุการณ์ก็ยังดำเนินมาปกติ
หลังรวันดาได้รับเอกราชในปี 1962 ความเกลียดแค้นชิงชังก็ยังคงอยู่ในความรู้สึกของชาวฮูตู เหตุการณ์เริ่มปะทุขึ้นเมื่อกษัตริย์รวันดาที่เป็นชาวเผ่าทุตซีถูกยึดอำนาจ และผู้นำที่มาจากเผ่าฮูตูได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ทำให้ความเกลียดชังโหมกระพือขึ้น โดยผู้นำคนใหม่ปลุกระดมให้ชาวฮูตูเกลียดชังชาวทุตซี่ รวมไปถึงนักการเมืองคนอื่น และสื่อที่ช่วยกันพัดกระพือไฟแห่งความเกลียดชัง
เหตุการณ์ได้มาถึงจุดแตกหัก ปี 1994 กลุ่มชาวฮูตูหัวรุนแรงที่ไม่ต้องการอยู่ร่วมกับชาวทุตซี่อีกต่อไป มองว่าที่รัฐบาลกระทำต่อพวกทุตซี่มันยังน้อยไป ก็ได้จัดการสังหารประธานาธิบดีก่อน และจัดการนายกรัฐมนตรีที่รักษาการแทนประธานาธิบดีให้ตายตกไปตามกัน เมื่อยึดอำนาจได้โดยสมบูรณ์แล้ว ความหฤหรรษ์ของชาวฮูตูก็บังเกิด
เหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้จบภายใน 1 วันหรือ 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ทั้งหมดรวมเวลาถึง 3 เดือนกว่าเหตุการณ์นี้จะสงบลง หลายคนคงจะสงสัยว่าพวกหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติอย่างสหประชาชาติ (UN) ไปไหนเสียล่ะ???? เอาจริงๆ คงเป็นความโชคร้ายของชาวรวันดาที่สหประชาชาติหรือหน่วยงานใดๆ ก็ไม่สามารถที่จะยื่นมือเข้าไปแทรกแซง จัดการกับคนพวกนี้ เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศนั้นๆ สหประชาชติทำได้เพียงส่งคนเข้าไปตรึงกำลังปกป้องค่ายผู้ลี้ภัยเท่านั้น อย่างอื่นนอกจากนี้ไม่สามารถทำได้ แล้วโชคไม่ดีอีกอย่างที่รวันดาเป็นประเทศที่ไม่มีน้ำมันหรือทรัพยากรอย่างอื่นมากพอ บรรดาชาติมหาอำนาจเลยไม่สนใจ จึงทำให้เกิดภาพแบบนี้ขึ้น
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เปิดเผยภายหลังพบว่ามีจำนวนมากถึง 1.1 ล้านกว่าคน ในระยะเวลาแค่ 3 เดือน ต้องฆ่าวันละเท่าไรกันถึงจะได้จำนวนเท่านี้ อาวุธที่เหล่าฮูตูแก๊งสเตอร์ใช้ก็ง่ายๆ เพียงแค่มีดสปาร์ตาคนละ 1 เล่ม ส่วนผู้รอดชีวิตก็น่าสงสารเช่นกัน มีผู้รอดชีวิตประมาณ 3 แสนกว่าคน ทว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกข่มขืนและติดเชื้อ HIV (ตายทั้งเป็น)
เนื้อหาจาก spokedarktv
