ที่สุดคำว่าลูกผู้ชาย!!เปิดใจครั้งแรก "ตูน บอดี้สแลม" โดนพวกใจบาปแขวะวิ่งกุศลหาทุนช่วย 11 รพ. #ผมชอบทำมากกว่าพูดครับ!?!(อ่านรายละเอียด)

ติดตามรายละเอียด : http://www.tnews.co.th

จากกรณีที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อ "ตูน บอดี้สแลม" นักร้องชื่อดัง ได้จัดโครงการก้าวคนละก้าวอีกครั้ง โดยการวิ่งจากใต้สุดสู่เหนือสุดเป็นระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร เป้าหมาย 700 ล้านบาท เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. - 25 ธ.ค. 60 ภายใต้โครงการ "ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ทำให้มีหลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่บางคนนั้นออกมาให้กำลังใจจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันต่างๆ นานา

ล่าสุดเฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อ "Ken Nakarin " ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนระบุว่า" ทีมพี่ตูนครับ #ก้าวคนละก้าว

 

 

ที่สุดคำว่าลูกผู้ชาย!!เปิดใจครั้งแรก "ตูน บอดี้สแลม" โดนพวกใจบาปแขวะวิ่งกุศลหาทุนช่วย 11 รพ. #ผมชอบทำมากกว่าพูดครับ!?!(อ่านรายละเอียด)

 

 

 

ผม: คิดยังไงกับเสียงวิจารณ์

พี่ตูน: การวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิส่วนบุคคล เราบังคับให้ใครเห็นด้วยทั้งหมดไม่ได้ แต่อยากบอกว่า ที่ออกมาวิ่ง เราแค่อยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือตามกำลังของเรา อยากใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารในสิ่งทีเราเห็นมา

ผม: ได้อ่านคำวิจารณ์บ้างไหม

พี่ตูน: มีคนส่งให้อ่านบ้าง ผมเคารพหมด คำวิจารณ์บางครั้งก็เป็นประโยชน์ ผมรับฟังนะครับ ทุกอย่างเป็นเรื่องดี ผมน้อมรับคำติคำวิจารณ์

ผม: ท้อไหม บั่นทอนกำลังใจไหม

ที่สุดคำว่าลูกผู้ชาย!!เปิดใจครั้งแรก "ตูน บอดี้สแลม" โดนพวกใจบาปแขวะวิ่งกุศลหาทุนช่วย 11 รพ. #ผมชอบทำมากกว่าพูดครับ!?!(อ่านรายละเอียด)

 

 

พี่ตูน: ไม่เลย คิดว่าเป็นอีกหนึ่งกระบวนการ ไม่ว่าทำอะไรก็ตามก็ต้องเจอปัญหาในงานอยู่แล้ว ต้องก้าวข้ามหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องเจอและจัดการ แม้กระทั่งจัดการกับอารมณ์ตัวเองก็ต้องทำให้ได้ สุดท้ายผมใช้ปลายทางที่เราทำประโยชน์มากกว่า ไม่รู้มากน้อย แต่ขอให้มีประโยชน์สักหน่อย มันอาจจะมีหลายๆชีวิตได้รับการรักษา หลายชีวิตในโรงพยาบาลสบายขึ้น ผมเอาตรงนี้เป็นเป้าหมาย ต้องย้อนกลับไปคิดว่าวันแรก เหตุที่เราออกมาทำนั้นเพื่ออะไร เพราะจริงๆ ผมอยู่เฉยๆ ก็ได้ มีความสุขดี ไม่ต้องออกมาทำอะไรแบบนี้

 

ผม: ถ้ามีโอกาสได้พูดกับคนที่วิจารณ์ อยากสื่อสารอะไร

พี่ตูน: ไม่มีครับ ผมชอบทำมากกว่าพูดครับ

 

 

 

ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก Ken Nakarin