สัญญาณ !!! การเปิดศึกครั้งใหม่ของ "จอร์จ โซรอส" พุ่งเป้าทำลายอิทธิพล "BRICS"

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

ผู้ใช้เฟซบุ๊กซึ่งมีชื่อว่า Kittitouch Chaiprasith ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของสงครามทางเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า จอร์จ โซรอส นายทุนการเงินรายใหญ่ ได้ทุ่มเงินครั้งใหม่กว่า 1.8 พันล้านเหรียญ ให้กับ Open Society Foundation (OSF) องค์กรที่โซรอสตั้งขึ้น เพื่อใช้เป็นเงินเงินสนับสนุนบรรดา NGO ในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อชี้นำสังคมให้เอื้อต่อระบบทุนข้ามชาติ

โดยรายงานข่าวนี้ ทั้ง Wall Street Journal และ Financial Times ก็รายงานตรงกัน และจากเนื้อข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ พบว่ามีความน่าสนใจตรงที่มีการรายงานด้วยว่า ทาง OSF ได้เปลี่ยนผู้บริหารใหม่เรียบร้อย จาก Christ Stone เป็น Patrick Gaspard

ซึ่ง Patraick Gaspard เป็นนักการทูตเกิดที่ประเทศ Congo ในทวีปแอฟริกาก่อนจะย้ายไปอเมริกาและโตขึ้นมาเป็นทูตอเมริกาประจำแอฟริกาใต้ในระหว่างปี 2013-2016 โดยเน้นการทำงานไปที่การตั้งภาคประชาสังคมหรือกลุ่ม NGO (ที่มีแนวคิดนิยมอเมริกาและตะวันตก)

โดยการเปลี่ยนตัวหัวหน้าทีม OSF มาเป็นอดีทูตประจำประเทศแอฟริกาใต้มีนัยยะสำคัญ เพราะแอฟริกาใต้นั้นถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเขตทวีปแอฟริกา และในขณะเดียวกันแอฟริกาใต้ ยังเป็นสมาชิกของ BRICS หรือ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยบราซิล-รัสเซีย-อินเดีย-จีน-แอฟริกาใต้ ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อคานอำนาจกับธนาคารโลก (ซึ่งอเมริกาและยุโรปให้การสนับสนุน)

เพราะฉะนั้นแสดงถึงแนวโน้ม การเปิดศึกครั้งใหม่ที่องค์กรอย่าง OSF น่าจะทุ่มเงินลงทุนไปให้พวก NGO และนักวิชาการในประเทศเหล่านี้ เพื่อทำลายอิทธิพลของ BRICS และทางจีนซึ่งหลังๆ เริ่มเข้าไปเปิดการค้าและการลงทุนในทวีปแอฟริกามากขึ้นเรื่อยๆ จนตะวันตกเริ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังจะเสียอำนาจนำ
ที่เคยมีมาตั้งแต่สมัยยุคล่าอาณานิคม

จนถึงขั้นที่พวกสำนักคิดเรื่องการเมืองและนโยบายอย่าง Harvard Politic ออกมาเขียนบอกว่านี่อาจเป็น "การล่าอาณานิคมครั่งใหม่!!!"

ซึ่งตลกมากที่ "นักล่าอาณานิคม" ทั้งในยุคเก่าอย่างยุโรปและยุคปัจจุบันอย่างอเมริกา กลับมาแสร้งทำตัวเป็นผู้ดีเป็นห่วงเป็นใยประเทศอื่นว่ากลัวตกเป็น
เมืองขึ้นทางความคิดและทางเศรษฐกิจ ทั้งที่ตัวเองก็ทำอยู่มาตลอดตั้งแต่อดีต (ไล่มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองและหนักมากหลังจากการล่มสลายของโซเวียตในปี 1989)

แต่ดันเขียนโจมตีประเทศอื่น ในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ตลอดแบบนี้ไม่เรียกว่าพวกมือถือสากปากถือศีล หรือพวกหน้าซื่อใจคด (Hypocrisy) แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดีนะครับ....