- 20 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
เมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เผยแพร่เอกสารฉบับเต็มคำพิพากษาคดีทุจริตจำนำข้าวที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย และติดสินจำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญาดังที่สาธารณชนรับทราบกันไปแล้ว ทว่าสิ่งที่น่าสนใจ หลังศาลออกมาเผยแพร่คำพิพากษาดังกล่าว กลับเป็นท่วงทำนองการต่อสู้คดีของฝ่ายยิ่งลักษณ์ ที่ไม่เคยต่อสู้ในข้อเท็จจริง แต่กลับใช้เทคนิคทางกฎหมายมาแก้ต่างให้นายหญิงน้อย แถมในการต่อสู้ยังมีบางประโยค...ที่ทำให้หลายคนต้องสะอึก...เพราะมันคลับคล้ายคลับคลาว่า...จะแฝงความอำมหิตต่อลิ่วล้อ และคนใกล้ชิดที่ร่วมหัวจมท้ายในการเดินนโยบายจำนำข้าว ...เอาไว้อย่างน่าขบคิด
หากไม่ใช่ผู้เกาะติดทางการเมือง หรืออ่านข่าวแค่ผ่านๆ อาจจะไม่ทันได้สังเกตว่า การต่อสู้คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ผ่านมานั้น ทีมทนายไม่เคยต่อสู้ในข้อเท็จจริง ไม่เคยพยายามสืบเสาะหาหลักฐานมาแก้ข้อกล่าวหาเลย ตรงกันข้าม พวกเขากลับใช้เทคนิคทางกฎหมาย (ที่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ผลนัก) มาแก้ต่างให้นายหญิงน้อย พร้อมกับความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องทางการเมือง ดังเราจะเห็นได้จาก ขณะต่อสู้คดี ทุกนัดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาศาล เธอจะสื่อสารกับสาวกเสื้อแดงหน้าศาลทำนอง...เธอถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เธอเคยพูดด้วยซ้ำในวันแถลงปิดคดีว่า...."ดิฉันรู้ดีว่า....ตนเองตกเป็นเหยื่อทางการเมืองอันลึกซึ้ง"
เหนืออื่นใดก็คือ ทางทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยพยายามบ่ายเบี่ยง ลากจูงคดีไปในมุม...โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา จึงไม่สามารถยกเลิกได้ (ซึ่งก็ขัดกับเรื่องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ที่แถลงต่อสภาเช่นกันว่า จะยกเลิก แต่สุดท้ายเมื่อเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้มีการยกเลิก...การอ้างเช่นนั้นจึงเป็นการพูดเท็จกลางศาล) ดังนั้น การต่อสู้คดีจึงพุ่งตรงไปที่การดิสเคตดิตว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจไต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร และโครงการจำนำข้าว เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ป.ป.ช.จึงไม่อาจดำเนินคดีแก่จำเลย...ซึ่งก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวนายใหญ่ แต่โดยลำพังได้
อย่างไรก็ตาม ต่อกรณีนี้ ศาลฯ ได้วินิจฉัยแล้วว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจกล่าวหา และดำเนินคดีแก่จำเลยโดยลำพังได้...ซึ่งถือว่าชัดเจนแล้ว กระทั่งศาลฯ สั่งจำคุก ยิ่งลักษณ์ 5 ปี ไม่รอลงอาญาดังที่สังคมได้รับทราบกัน
...แต่ในที่นี้...สิ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นก็คือ สิ่งทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามสู้ด้วยการอ้างว่า "โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาล และเป็นการดำเนินการตามมติ ครม. ดังนั้น ป.ป.ช. จึงไม่อาจดำเนินคดีแก่จำเลยโดยลำพังได้"
นั่น...นับเป็นไฮไลต์ที่ต้องตีความเช่นกันว่า... คำว่า "ป.ป.ช. จึงไม่อาจดำเนินคดีแก่จำเลยโดยลำพังได้" นั้น...หมายถึง...ถ้าจะดำเนินคดีกับยิ่งลักษณ์...ก็ต้องดำเนินคดีกับทั้ง ครม. ปู 1 ด้วยเลยหรือไม่...หมายถึง...แฝงนัยยะทำนอง หาก "หญิงปู" จะตายด้วยคดีนี้จะไม่ยอมให้ตายเดี่ยว...ต้องหนีบลิ่วล้อที่ร่วม ครม. ตายตกไปตามกันด้วยเลยหรือไม่???!!!...หรือข้อต่อสู้ตามอ้างนั้น....หมายถึง ป.ป.ช. ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง ครม. ปู 1 ทั้งคณะ เพราะอ้างว่า เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา ดังนั้น ป.ป.ช. อย่ามายุ่ง (แกะจากประโยคที่พวกเขาต่อสู้)
...แต่ไม่ว่าจะอย่างไร...หากความหมายเป็นไปตามข้อแรก...คือไม่ยอมให้ "หญิงปู" ตายเดี่ยว...แต่จะหนีบลิ่วล้อที่ร่วม ครม. ให้ตายตกไปตามกันด้วย...นับว่าเป็นความอำมหิต...ของผู้สั่งการเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง...และแม้จะไม่อาจยืนยันว่า...เรื่องนี้เป็นจริงแน่แท้แค่ไหน...แต่ก็มีข้อสังเกตกรณี "บุญทรง เตริยาภิรมณ์" และ "ภูมิ สาระผล" ที่ถูกหลอกจนหยดสุดท้ายให้มาที่ศาลฯ วันตัดสินคดี ขณะยิ่งลักษณ์หนีไปก่อนหน้านั้น โดยทั้งคู่ไม่ระแคะระคาย...ก็ยิ่งทำให้ต้องคิด
ขณะที่ คำอ้างของทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่พยายามบ่ายเบี่ยง เพื่อช่วยเธอก็ดูจะกลายเป็นเรื่องตลกไปทันที เมื่อศาลฯ ชำแหละเรื่องนี้ไว้แบบใครก็ไม่อาจโต้แย้งได้ว่า
"การที่บุคคลใดจะรับผิดทางอาญาหรือไม่ ต้องพิจารณาจากการกระทำและเจตนาของบุคคลนั้นเป็นสำคัญ หากปราศจากการกระทำหรือกระทำไปโดยขาดเจตนาแล้ว บุคคลนั้นย่อมไม่ต้องรับผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 อันเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวบุคคล แม้บุคคลนั้นจะอยู่ร่วมในคณะบุคคล และกระทำความผิดโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของคณะบุคคล ก็หาได้มีกฎหมายบัญญัติว่า จะต้องดำเนินคดีแก่บุคคลทั้งคณะด้วยแต่อย่างใดไม่"
ขอบคุณพิเศษข้อมูลประกอบการเขียนบางส่วนจาก : สำนักข่าวอิศรา
