เส้นทางตามพี่..สู่"มอนเตเนโกร"!! กรรมของ"ยิ่งลักษณ์" ที่"ทักษิณ" ต้องรับผิดชอบ??

เส้นทางตามพี่..สู่"มอนเตเนโกร"!! กรรมของ"ยิ่งลักษณ์" ที่"ทักษิณ" ต้องรับผิดชอบ??

เส้นทางตามพี่..สู่"มอนเตเนโกร"!! กรรมของ"ยิ่งลักษณ์" ที่"ทักษิณ" ต้องรับผิดชอบ
กลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ต้องพูดถึงอีกครั้ง สำหรับเรื่อง ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านไป 2 เดือนเต็ม ซึ่งตั้งแต่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน จากนั้นก็ไม่มีสามารถพบเห็นตัวเป็นๆ หรือแม้แต่การกฃเคลื่อนไหวผ่านทางโลกออนไลน์ ก็เงียบสนิท แม้แต่ทนายประจำตัว ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ไม่ได้ติดต่อมาเลยจริงๆ ขณะที่มีกระแสข่าวออกมาว่าเธอแอบออกนอกประเทศไปหาอดีตนายกฯผู้พี่ “ทักษิณ ชินวัตร” 
 
และสำหรับความคืบหน้า คดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจำนวนข้าวโดย นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ  เปิดเผย ว่า หลังจากมีการอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ที่ผ่านมาแล้ว จนถึงตอนนี้ไม่ได้รับการติดต่อจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงไม่ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ รวมทั้งไม่ได้ยื่นคำอุทธรณ์คดีจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแต่อย่างใด ซึ่งคดีดังกล่าวโดยครบกำหนดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ 30 วันเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้ว
 
ต่อมาก็มีความคือหน้าจากทางด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง กล่าวถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์  ผู้ต้องหาหลบหนีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯว่า จนถึงขณะนี้ตำรวจยังคงติดตามเบาะแสของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสอบถามไปยังตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุก 7 วัน แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว

"ขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดตอบกลับมาว่าพบเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ใด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลการขอลี้ภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย"

ส่วนการยกเลิกหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ยกเลิกหนังสือเดินทางไปแล้ว 4 เล่ม ประกอบด้วย 1.หนังสือเดินทางทูต เลขที่ CD1000101 2.หนังสือเดินทางทูต เลขที่ CD1002731 3.หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป เลขที่ AA3085997 และ 4.หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป เลขที่ AA4522382 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา


ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า .."นับจากนี้ไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่มีหนังสือเดินทางไทยในการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ โดยทางกระทรวงฯได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำการในทั่วโลก รับทราบถึงคำสั่งดังกล่าวแล้ว เพื่อใช้แจ้งต่อรัฐบาลของประเทศนั้นๆว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เป็นผู้ถือพาสปอร์ตไทยอีกต่อไป"

ต้องเรียกว่าชะตากรรมของ นส.ยิ่งลักษณ์มีรูปแบบ เส้นทางคล้ายกับพี่ชายแบบ "ตามรอยเท้า"กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสถานะจากอดีตนายก มาเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีแล้ว ทั้งคู่ยังถูกเพิกถอนพาสปอร์ตของไทย ซึ่งชะตากรรมของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผลมาจากการน้ำมือของ พี่ชาย "ทักษิณ" ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกุนซือใหญ่ คอยวางแผนนโยบายต่างๆ จัดการ ช่วยเหลือ จะตั้งรับ และขั้นตอนสุดท้ายคือ"หนีคดี"

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระโดดลงเล่นการเมือง เนื่องจากพี่ชาย "ทักษิณ" เป็นผู้ชักชวนเข้ามา จากนักธุรกิจที่มุ่งมั่นต้องการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว กลายมาเป็น นอมินี "ทักษิณ"  เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1 เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ซึ่งต่อมาก็สามารถคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งได้สำเร็จ   โดยใช้สโลแกนในการหาเสียงคือ "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" คำพูดจากปากของน.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นการถ่ายทอดสิ่งที่ "ทักษิณ"คิด เพื่อให้ "เพื่อไทย" ทำตามเท่านั้น  แน่นอนว่านโยบายส่วนใหญ่ที่ใช้หาเสียง เป็นนโยบายประชานิยม เพื่อเอาใจคนรากหญ้า  เช่นการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน  จัดหาเงินกู้ให้ชาวนา มากที่สุดถึง 70% ของรายได้ที่คาดว่าจะได้รับ โดยอาศัย โครงการจำนำข้าว ทุกเมล็ด ในราคา15,000 บาทต่อตัน  ซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาติจนถึงปัญจุบัน

 

เส้นทางตามพี่..สู่"มอนเตเนโกร"!! กรรมของ"ยิ่งลักษณ์" ที่"ทักษิณ" ต้องรับผิดชอบ??

 

สำหรับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงต่อรัฐสภาว่า จะดำเนินนโยบายจำนำข้าวทั้งนาปีและนาปรัง โดยข้าวนาปีในฤดูการผลิตปี 2554/2555 เริ่มตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2554 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2555 ของกระทรวงพาณิชย์ 2555
    เมื่อช่วง เม.ย. 55 นายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ถึงนโยบายจำนำข้าวว่า นโยบายจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาทของพรรคเพื่อไทย คือ นโยบายที่ดีและเป็นประโยชนต่อชาวนามากที่สุด
"ต่อให้คิดใหม่กี่ครั้งนโยบายนี้ก็เลิกไม่ได้ เพราะเราต้องการให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวให้เรากินต้องอยู่ได้และควรมีรายได้ขั้นต่ำเพื่อจะได้มีคนปลูกข้าวเลี้ยงเราต่อไป" 
    นายทักษิณ กล่าวต่อว่า นโยบายจำนำของเพื่อไทย ดีกว่านโยบายประกันราคาของประชาธิปัตย์ในรัฐบาลที่แล้วที่ทำงานตามความรู้สึก ไม่รู้จริงว่าทำอย่างนั้นแล้วพ่อค้าคนกลางได้ประโยชน์ และยังทำให้รัฐบาลต้องจ่ายเงินชดเชยแม้กระทั่งกับชาวนาที่ปลูกข้าวไว้กินเองก็ยังได้รับประโยชน์จากการประกันราคา ในขณะที่การจำนำนั้นทำให้เกษตรกรได้เงินทันที
"พวกเขาแฮปปี้มาก มีเงินไปใช้หนี้ได้ แม้ว่าจะถูกหักค่าความชื้นบ้าง และได้ใบประทวนช้างบ้างสักเล็กน้อย" 

อีกทั้งยัง เปิดเผยอีกด้วยว่า นโยบายจำนำข้าว ซึ่งถูกโจมตีว่ามีปัญหาการทุจริตหลายขั้นตอนโดยเฉพาะในด้านการทำลายระบบการค้าข้าวที่ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยไม่สามารถแข่งขันได้กับเวียดนาม อินเดีย เพราะมีต้นทุนสูงขึ้นว่า
    ต่อมา เมื่อช่วงก.ย. 55 หลังจากที่มีการถกเถียงกันอย่างมากในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล โดยนักวิชาการมองว่าเอื้อให้มีการคอร์รัปชันสูง นายทักษิณ ได้ออกมาย้ำถึงนโยบายจำนำข้าวว่าเดินมาถูกทางและรัฐบาลจะทำโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้นในที่สุด โดยระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวควรจะขยายเวลาดำเนินการต่อไปอีกหลายปี ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ ถึงกระแสดังกล่าวจะเพิ่มภาระหนี้หรือเอื้อให้เกิดการคอร์รัปชันมากขึ้นก็ตาม
 
    ระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่สิงคโปร์ นายทักษิณ กล่าวว่าที่รัฐบาลรับจำนำข้าวจากชาวนาในราคาที่สูงกว่าตลาดนั้น จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าเงินที่ต้องจ่ายออกไปราว 3 เท่า
 
    "ถ้าหากเราดำเนินการปรับเปลี่ยนกลไกต่อไปอีกสัก 2 ปี สิ่งต่างๆ ก็จะเคลื่อนไหวไปอย่างเป็นธรรมชาติ ราคาข้าวในตลาดโลกก็จะปรับตัวสูงขึ้น"
ที่ผ่านมานายทักษิณเคยออกมาแสดงความเป็นห่วงน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ปรากฏในหน้าสื่อเพียงครั้งเดียว

และนี่ก็คือต้นตอ ข้อเท็จจริงของโครงการรับจำนำข้าว และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่ชัดเจนว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เก็บตัวอยู่ที่ไหน ท่ามกลางกระแสข่าวน่าจะอยู่ที่ประเทศอังกฤษ หลังจากที่ช่วงแรกไปอยู่กับพี่ชายที่ดูไบ ซึ่งมีการคาดกันว่าเธอน่าจะไปอยู่ที่อังกฤษ ตั้งแต่ช่วงที่ “ทักษิณ” และลูกหลานไปอยู่ที่อังกฤษ เมื่อช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนกันยายน ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตกันว่าครั้งนั้นครอบครัวชินวัตรใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานเป็นพิเศษ และที่ผ่านมามีกระแสข่าวมาตลอดว่า “อังกฤษ” คือประเทศกำลังพยายามขอลี้ภัย แต่หากทางการอังกฤษไม่อนุญาติ จะเป็นประเทศมอนเตเนโกร ที่ ทักษิณ ถือพาสสปอร์ต และ ได้กลายเป็นพลเมือง"มอนเตเนโกร"

ประมาณช่วงเดือนมีนาคม 2553 ได้มีแถลงการณ์สั้นๆจากกรมตำรวจแห่งชาติ "มอนเตเนโกร"กล่าวว่า ทักษิณได้เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากดูไบเมื่อวันที่ 13 มีนาคม และถึงท่าอากาศยานฝั่งทะเลอะเดรียติคของเมืองติวอทแล้ว

ทามาร่า ราเลวิก โฆษกหญิงแห่งกรมตำรวจกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ทักษิณเป็นประชาชนของมอนเตเนโกร และขณะนี้พำนักอยู่ในมอนเตเนโกร” “ไม่มีเหตุผลใดๆที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเอาผิดนายทักษิณ”

ดังนั้นสำหรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความเป็นไปได้ว่ายังไม่ได้ สัญชาติเป็นพลเมืองมอนเตเนโกน  ฉะนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ หากใช้พาสสปอร์ตไทยในการเดินทาง ซึ่งตอนนี้ก็ได้ถูกเพิกถอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงกลายเป็นคนเถื่อนอยู่อย่างหลบๆซ้อนๆ  ดีไม่ดีเผลอๆ อาจถูกจับข้อหา “หลบหนีเข้าเมือง” ถ้าหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มีสัญชาติ ประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่คาดการก่อหน้านี้

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องจำตาดูต่อไปว่าท้ายที่สุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อไหร่ และที่ไหน