- 06 พ.ย. 2560
ติดตามรายละเอียด : FB. Deeps News
เดินหน้าก้าวสู่ความเป็นขวัญใจมหาชนอย่างแท้จริง สำหรับอดีตบัณฑิตนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 1 แต่ปัจจุบันเป็นร็อคเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย และกำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะยากดีมีจนเพราะทุกคนย่อมมีโอกาสจะต้องพึ่งพาการบริการจากโรงพยาบาลของรัฐ เพียงแต่ที่ผ่านมาเราอาจไม่รู้ว่าสถานพยาบาลเหล่านั้น ยังต้องการความอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อช่วยชีวิตผู้คนให้รอดพ้นจากความตายมากที่สุด !!!
ทั้งนี้ ตลอดต่อเนื่องหลายวันที่ผ่านมา “ตูน บอดี้สแลม” หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย ได้ทำให้ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะพี่น้อง 3 – 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุขอย่างมาก ที่ได้พบปะกับฮีโร่อย่าง “ตูน” และได้ร่วมทำบุญกุศลยิ่งใหญ่ในการเป็นส่วนหนึ่งของการมอบเงินบริจาคเพื่อการพัฒนาโรงพยาบาล 11 แห่ง สำคัญยิ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของแผ่นดิน หรือ นับถือศาสนาใดพวกเราก็คือคนไทย ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูง และมีความเอื้ออาทรต่อกันเสมอ
อย่างไรก็ตามบรรยากาศของความสุข ย่อมมีเรื่องกวนใจให้เกิดความรู้สึกค้างคาอารมณ์บ้างเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะมาจากนักเคลื่อนไหวนอกประเทศ นักการเมืองในประเทศที่ฉกฉวยสถานการณ์ไปสร้างประโยชน์กับตนเอง หรือแม้แต่นักวิชาการที่ต้องการสร้างพื้นที่ข่าว
ล่าสุดในเพจเฟซบุ๊ก ของ Kittitouch Chaiprasith ได้นำเสนอมุมมองต่อประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ ตามรายละเอียดปรากฏดังนี้ "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ" ตูนบอดี้แสลม ก้างขวางคอของนักวิชาการ/ปัญญาชนลัทธิตาสว่าง
------------------------------
- การที่ตูนบอดี้แสลมออกมาวิ่งการกุศล สร้างปรากฎการณ์หนึ่งให้เกิดขึ้นในสังคม คือ การมองเห็นคุณค่าของการทำความดี ที่ไม่ได้เกิดจากการนั่ง "พล่าม" หลักการ #แต่เกิดจากการลงมือทำเพื่อผู้อื่นโดยแท้
- เงินที่ตูนขอบริจาคจากคนแค่ 10 บาท แท้จริงเงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายอะไรเลย แต่ตูนต้องการแสดงให้เห็นว่าเงินเล็กน้อยนี้ จากมือคนไทยคนละนิด เมื่อรวมกันเป็นล้าน ก็สามารถสร้างพลังขับเคลื่อนให้กับสังคมได้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในการช่วยเหลือ และเกื้อกูลกันของสังคมที่ไม่มีเรื่องการเมือง ไม่มีเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา ความขัดแย้งใดๆ
- เป็นการใช้ความดีและหัวใจเสียสละ การทำเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คนไทยตอนนี้ ยกย่องให้ตูนเป็นวีรบุรุษคนหนึ่งของสังคม
- วีรบุรุษ (Hero) ไม่ได้เป็นเพราะชาติกำเนิด คนเป็นวีรบุรุษได้จากการกระทำเพื่อส่วนรวม วีรบุรุษคือ "ผู้ที่เสียสละตนเอง" จนได้รับพลัง พลังที่ทำเพื่อผู้คน พลังที่ดึงดูดจิตใจผู้คน พลังที่ก่อให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกัน
------------------------------
- ในทางกลับกันจากปรากฎการณ์ของตูน เราจะเห็นคนบางจำพวกที่ชอบอวดอ้างตัว เป็นนักวิชาการบ้าง เป็นปัญญาชนผู้สูงส่ง เป็นคนหัวก้าวหน้า ผู้รักความเท่าเทียม ฯ ดาหน้าพากันออกมาแซะตูนบอดี้แสลม
- คนเหล่านี้ไม่ได้เกลียดตูนเป็นการส่วนตัว แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันเป็น "พฤติกรรมปกติ" คนเหล่านี้ผมเรียกพวกเขาว่า #ลัทธิตาสว่าง
- คำว่า "ตาสว่าง" เป็นคำที่พวกกลุ่มคนเหล่านี้ ชอบใช้ในการนิยามตนเองในช่วงสิบกว่าปีก่อน โดยหลักจะพูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ (หรือตรงๆ ก็คือเรื่องในหลวง ร.9 แหละครับ) ทำนองว่าคนไทยส่วนมากโดนปิดหูปิดตาตลอดเหมือนคนอยู่ใน "กะลา" มืดมิดที่ครอบงำความคิด ถ้าใครที่ติดตามดูเรื่อยๆ จะเห็นว่าวาทกรรมเหล่านี้ ถูกใช้ถูกย้ำมาตลอด ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เช่น
- ประเทศไทยไม่ต่างอะไรจากเกาหลีเหนือ
- ซาบซึ้งได้อย่างเดียว ห้ามคิด ห้ามเห็นต่าง
- เรียกประเทศและสังคมว่าเป็น "กะลาแลนด์"
- รังเกียจและประนาม "การกระทำความดี" (เพราะตัวเองไม่เคยกระทำในสิ่งเหล่านั้น แต่อยากให้คนในสังคมยกย่องตัวเองบ้าง) และอื่นๆ....
------------------------------
- หลังๆ คนพวกนี้ออกมาจากวงการใต้ดิน และพยายามฟอกตัวเสียใหม่ด้วย #ป้ายยี่ห้อ ถ้าเป็นยุคเก่าจะเรียกตัวเองเป็นผู้มีอุดมการณ์ แนวคิดแบบสหาย ความเท่าเทียมตามหลักการ แบบสังคมนิยม พอถึงยุคที่คอมมิวนิสท์ล่มสลายค่านิยมและวาทกรรมแบบสังคมนิยมไม่เป็นที่ินิยม
- คนเหล่านี้ก็ฟอกตัวเป็น #ผู้รักประชาธิปไตย สมัยก่อนเคยเดินขบวนต่อต้านอเมริกา/ตะวันตก ที่ไปทำสงครามเช่นฆ่าผู้คน ต่อต้านรัฐบาลทหาร ที่อเมริกาให้ความช่วยเหลือเพื่อสู้กับคอมมิวนิสท์ มาวันนี้คนเหล่านี้กลับรักและเทิดทูนคนที่ตัวเอง เคยด่าและประนามว่าชั่วช้า (ซึ่งก็จริงตามนั้น)
- วันนี้กลายมาเป็นผู้เทิดทูนตะวันตก ที่เที่ยวเข้าไปแทรกแซงประเทศต่างๆ (ผ่านการใช้การเมืองโลก การใช้ NGO องค์กรสิทธิและสำนักข่าวที่ Propaganda ให้ประเทศที่ตัวเองต้องการแทรกแซงดูเลว) ประหนึ่งคนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้าและตกลงรดหน้าตัวเอง!!
- คนเหล่านี้ได้สร้างทายาทอสูรขึ้นมาเรื่อยๆ พอมายุคหลังๆ ที่แนวคิดแบบซ้ายขายไม่ออก ก็เริ่มเรียกเปลี่ยนป้ายยี่ห้อตัวเองเป็น "เสรีนิยม" หรือที่ชอบเรียกกันว่าเป็น #ลิเบอรัล (liberal)
------------------------------
- เนื่องจากพวกลัทธิตาสว่างที่โตมายุคหลัง ส่วนใหญ่ไม่อินกับแนวคิดซ้ายหรือสังคมนิยม และมองเห็นว่า "ไม่เท่ ไม่คูล (cool)" เท่ากับ การโหนค่านิยมแบบลิเบอรัลที่ดูก้าวหน้ากว่า #แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนป้ายยี่ห้อตัวเองเป็นอะไร #พฤติกรรมหรือสันดานเดิมก็ไม่เคยเปลี่ยนไป *** วันๆ คนพวกนี้ไม่ทำอะไรนอกจากชี้หน้าด่าคน โดยหาว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเป็นพวกคนเลว คนเลวของพวกเขานั้นไม่ได้พูดคำว่า "เลว" ออกมา แต่นิยมความเลวด้วยวาทกรรมและศัพท์แสงต่างๆเช่น "ไม่เท่าเทียม เห็นคนไม่เท่ากัน กะลาแลนด์ ไม่เป็นประชาธิปไตย เหยียดชาติพันธุ์ ฯลฯ"
*** ในทางกลับกัน #ยกตัวเองว่าสูงส่งกว่าคนอื่น ด้วยการบอกว่าตัวเองเป็นปัญญาชนมีอุดมการณ์ หัวก้าวหน้า เป็นคนยุคใหม่ เป็นลิเบอรัล เสรีนิยม บลาๆๆ แล้วแต่จะหาหลักการสวยๆ มาชูตัวเอง
*** ไม่ต่างอะไรกับที่พวกลัทธิตาสว่างยุคก่อน พยายามบอกว่าตัวเอง "เป็นคนที่ตาสว่างแล้ว" บอกว่าสถาบันกษัตริย์กดขี่ ทำให้คนยากจน ส่วนพวกเขาก็คือ "ปัญญาชนคนที่ตาสว่าง" ซึ่งมีภารกิจในการทำให้สังคมไทยที่โง่งมและมืดบอดได้ก้าวสู่ความสว่างไสว
*** ดังนั้นพอมีใครหรือปรากฎการณ์อะไร ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำความดีเพื่อผู้อื่น หรือเกี่ยวกับงานวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ หรือเกี่ยวกับอะไรที่สามารถรวมใจผู้คนในชาติ เราจะเห็นบรรดาปัญญาชนตาสว่างหัวก้าวหน้าออกมารุมด่า รุมแซะ หาว่าคนที่ทำนั้นโง่บ้าง หรือมองไม่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง บลาๆๆ
หมายเหตุ: คนเหล่านี้จะพูดอ้อมๆ ให้คนคิด แต่ถ้าใครที่ได้ติดตามฟังเสวนาของพวกเขา จะทราบว่าสุดท้ายแล้ว ก็โยงกลับไปที่เรื่อง ว่าสถาบันกษัตริย์คือ "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" ที่ทำให้สังคมไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นลิเบอรัล ไม่หัวก้าวหน้า งมงาย ห้ามคิดต่าง ห้ามเห็นต่าง ปิดหูปิดตา เกือบทั้งหมด.....
------------------------------
*** คนที่อ่านถึงตรงนี้คงพอจะทราบแล้ว ว่าทำไมเวลาที่มีเรื่องเกี่ยวกับในหลวง ร.9 หรืองานพระราชพิธี หรือการยกย่องในหลวง ทำไมคนบางกลุ่มถึงได้ออกมาแซะ มาประชด เพราะมันก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกเขากำลังทำกับ ตูน บอดี้แสลมในเวลานี้หรอกครับ !!!! #พวกเขากลัวคนที่อยู่เหนือความขัดแย้งทุกอย่าง #พวกเขากลัวคนที่สังคมให้ความยกย่องในความดี พวกเขากลัวคนที่ไม่ได้มานั่งถกเถียงเรื่องราวต่าง ที่เป็นหลักการ ตรรกะ ทฤษฎีจากตำรา บลาๆๆๆ
*** เพราะวาทกรรมที่พวกเขาใช้แบ่งแยกคน ที่พวกเขาคอยตอกย้ำให้คนในสังคมมานับสิบปี เพื่อให้รู้สึกว่ามีปมด้อยรู้สึกโดนดูถูกเหยียดหยาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ภูมิภาค คนกรุง-ชนบท คนรวย-คนจน ชนชั้นกลาง อภิสิทธิ์ชน รากหญ้า ไพร่-อำมาตย์, รัฐไทย-ล้านนา-ปาตานี-อีสาน ฯ เพื่อให้คนลุกขึ้นมาสนับสนุนการเคลื่อนไหว ที่พวกเขาเป็น "ผู้นำทางความคิด" ที่คอยชี้นำ #วาทกรรมเหล่านี้มันจะถูกลืมไปหมด
- เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เป็นวีรบุรุษอย่างตูน ที่สามารถ รวมหัวจิต-หัวใจของคนในชาติ ไม่ว่าภูมิภาคไหน ศาสนาไหน เชื้อชาติใด และคนแบบนี้แหละที่สังคมไทยต้องการ และคนแบบนี้แหละที่ลัทธิตาสว่างกลัว!!
- ป.ล.แต่สังเกตได้ว่าคนเหล่านี้ จะไม่กล้าแซะตูนบอดี้แสลมตรงๆ เพราะอาจขัดใจ มหาชนหมู่มากได้ เลยพยายามแซะอ้อมๆ หรือแซะคนอื่น ให้กระทบชิ่งไปที่ การวิ่งของตูนแทน ???
