- 17 ธ.ค. 2560
FB : DEEPS NEWS
จากกรณี นางลีนา จังจรรจา หรือ "ลีน่าจัง" ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก มีการถามถึงการบริจาคให้ตูน บอดี้สแลม ซึ่งลีน่าจังได้ตอบว่า “บริจาคทำ…อะไร แก่จะตายอยู่แล้ว เก็บไว้แดก เดี๋ยวต้องกลายเป็นขอทาน มันได้เงินไปหลายร้อยล้านแล้ว เก็บเอาไว้กิน เรื่องอะไรจะไปบริจาค เราเองลูกเต้าก็ไม่เลี้ยงดู ต้องเลี้ยงดูตัวเอง ไม่ต้องไปเป็นขอทานตอนแก่ จะไปช่วยทำไม ไม่ใช่หน้าที่เรา” ต่อมา ลีน่าจัง ได้ออกมาพูดอีกครั้งหลังถูกโซเชียลโจมตีว่า ตนถูกปิดสถานีโทรทัศน์เสียหายไปกว่า 25 ล้านบาท พร้อมทั้งถูกใบแดงห้ามให้ลงการเมือง ส่งผลกระทบทำให้ตนเป็นโรคซึมเศร้า ป่วยจนกลายเป็นบ้า ถูกนำตัวไปปรับทัศนคติ จนเกือบถูกไล่ออกจากประเทศด้วย
ก่อนหน้านี้สำหรับบทบาทความเคลื่อนไหวของลีน่าจัง ได้สร้างสีสันให้กับสังคมไทยไม่น้อย เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2557 ลีน่าจัง ได้กล่าวถึง การสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-25 ม.ค.ว่า ส่วนตัวอยากจะไปสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ ครั้งนี้อีก แต่เนื่องจากที่ผ่านมาได้หมดเงินไปกับการทำทีวีดาวเทียมกว่า 20 ล้าน ทำให้ไม่มีเงินไปสมัคร ซึ่งขณะนี้กำลังรอให้คนบริจาคเงินเพื่อไปสมัครอยู่ โดยมีคนบริจาคเข้ามาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึง 1 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ทิ้งโอกาสลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ จะรอรวบรวมเงินได้ก็จะไปสมัคร ซึ่งถือว่าขณะนี้ยังพอมีเวลาถึงวันที่ 25 ม.ค. ถ้าได้ครบเมื่อไหร่ก็จะไปสมัครทันที สำหรับ นางลีนา จังจรรจา เคยลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2547 และ ปี 2551 ซึ่งเป็นที่ฮือฮามาก เพราะใช้สโลแกน "ผู้หญิงมีต่อมความชั่วน้อยกว่าผู้ชาย" ส่วนการสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้ เบื้องต้นจะต้องใช้เงินประมาณ 70,000 บาท
ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ได้เปิดรับสมัคร ส.ว.กทม.อย่างเป็นทางการเป็นวันแรกตั้งแต่เวลา 08.00 น. ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา สำหรับบุคคลที่เดินทางมาเป็นผู้สมัครคนแรก คือ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนถาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม โดยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 06.59 น.จากนั้นได้มีบุคคลเดินทางมาสมัครอีก 4 คนได้แก่ นางลีน่า จังจรรจา ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน นายวิทยา จังกอบพัฒนา อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และ นายอัคราดร ปัญญาเพ็ญ อดีตผู้สมัคร ส.ว.เมื่อปี 2549
ต่อมาได้เข้าสู่กระบวนการจับหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งปรากฏว่า พล.ต.ต.สุพิศาลได้หมายเลข 1 นายศรีสุวรรณ ได้หมายเลข 2 นางลีน่าได้หมายเลข 3 ส่วนนายวิทยาและนายอัคราดร ไม่สามารถจับหมายเลขผู้สมัครได้เนื่องจากเอกสารการสมัครไม่ครบถ้วนขณะที่นางลีน่าจัง สอบถามว่ากรณีไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา ที่เขตราชเทวีจากการปิดล้อมของกลุ่มกปปส. ตนจะต้องเสียสิทธิหรือไม่ ซึ่งนายวีระชี้แจงว่า ประเด็นนี้กกต.มีมติแล้วว่า ไม่มีผลกระทบต่อการลงสมัครส.ว.แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามหลังจาก ลีน่า จัง ได้ถูกสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ของตัวเองไป พร้อมกับกระแสข่าวที่ว่าเธอขาดทุนกับธุรกิจนี้ไปถึง 25 ล้านบาท แถมยังกระแสตก หมดแรงไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์ใครแล้ว ทำให้เธอต้องออกมาเปิดใจในรายการ "จุดเดือด" ทางช่อง 2 ถึงประเด็นดังกล่าวว่า “คุณรู้จักโรคซึมเศร้าไหม คือโรคที่เราเกลียดตัวเอง เรามีความรู้สึกว่าตัวเราไม่มีคุณค่า ฉันเคยเป็นขุนพลอยู่หน้าจอ ฉันเคยให้ความรู้ประชาชนด้วยการสอนกฎหมายเพราะฉันเป็นทนาย ฉันเปิดสถานีโทรทัศน์ฉันเพื่อมาปรึกษากฎหมาย ทำให้คนไม่ต้องติดคุกตั้งเยอะ แล้วทำไมจู่ ๆ ต้องได้รับกรรมแบบนี้ ต้องเจ๊งหมดตัว 25 ล้าน ต้องถูกปิดสถานี ตกงาน ไม่มีงานทำ ต้องเป็นเหมือนยายแก่อยู่บ้านรอวันตาย ทุกวันนี้ก็คิดว่าเมื่อไรจะตาย ฆ่าตัวตายมันก็ไม่ตาย ถ้าพิการก็ไม่มีใครเลี้ยง สามีก็ไม่มี ลูกก็ไม่เอา
ทุกวันนี้ยังคิดฆ่าตัวตาย ฉันรู้สึกว่าฉันไม่มีคุณค่า ฉันเป็นอีแก่ไม่มีคุณค่าเลย ฉันจบทนาย ฉันเป็นประธานมูลนิธิ ฉันเป็นอดีตหัวหน้าพรรค ฉันเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม แต่วันนี้ทำไมต้องมาเป็น อีแก่วัน ๆ นั่งเล่นเฟซบุ๊ก ฉันเครียด ทุกวันฉันนั่งอยู่บ้านฉันก็ไปหาบุฟเฟ่ต์กินให้หายเครียด” นอกจากนี้ลีน่าจัง เจ้าของสถานีโทรทัศน์ฮอตทีวี ยังเคยเดินทางไปที่สโมสร ทบ. เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรม กรณีสั่งระงับการออกอากาศสถานีดาวเทียม พร้อมตะโกนท้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาหา แต่ไม่มีการตอบรับ จึงเดินทางกลับ
