- 15 ม.ค. 2561
จับ"ยิ่งลักษณ์" รับโทษในไทย แทบจะหมดโอกาส "บิ๊กตู่"ควรเอาจริง ยึดทรัพย์ค่าเสียหายเงินคืนแผ่นดิน ตอนนี้ถึงไหนแล้ว..ข่าวเงียบเป็นป่าช้า!?
การเผยโฉมกลางมหานครลอนดอนของอังกฤษเป็นครั้งแรกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังหลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ปีที่แล้วและเก็บตัวมานาน 4 เดือน ความจริงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรเลยเพราะก่อนหน้านี้ ก็ได้กลิ่นออกมาเป็นระยะถึงการหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนในมหานครลอนดอน แต่ไม่มีหน่วงานไหนออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
เมื่อไม่นานมานี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศกระทรวงการต่างประเทศ เพิ่งจะออกมายอมรับว่าได้รับรู้กันมาตั้งแต่เดือน ก.ย.60 เนื่องจากรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษเล่าให้ฟังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า..ยังไม่ได้รับรายงานและคำยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านมายังกระทรวงต่างประเทศ แม้จะมีการพบในคลิปวีดิโอต่างๆ
แต่การทำงานของราชการเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ต้องได้รับการยืนยันมาตามขั้นตอน
ส่วนเรื่องคดีเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
เมื่อได้รับหลักฐานการยืนยันที่ชัดเจนอีกทั้งต้องดูว่าที่ผ่านมาเราเคยได้รับการส่งตัวมามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเขา เราสามารถขอไปได้แต่จะให้หรือ ไม่ก็ไม่ทราบ
แต่ที่น่าแปลกใจ ว่าเพราะเหตุใด หน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับการติดตามจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงไม่ได้แสดงความกระตืนรือร้นตั้งแต่แรกและพยายามโยนกลองกันไปมาระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อซื้อเวลาไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะถือพาสปอร์ตของชาติอื่นในการเดินทางเข้าประเทศอังกฤษ เพราะที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศได้เพิกถอนพาสปอร์ตทุกฉบับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปแล้ว อีกทั้งการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด แม้ประเทศไทยจะได้ลงนามสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไทย-อังกฤษ ราว 100 ปีแล้ว ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประเทศอังกฤษ
ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาอังกฤษก็ไม่เคยที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้กับทางการไทยเลย...แม้แต่คนเดียว
ดังนั้น กับเรื่องการตามตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์มาลงโทษในไทย นั่นไม่ใช้เรื่องง่าย แทบจะหมดโอกาสไปแล้ว
อีกด้านหนึ่งการติดตามสืบสวนเชิงลึกเพื่อยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกที่เป็นจำเลยคดีรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มูลค่าเบื้องต้นกว่า 5 แสนล้านบาท แต่ข่าวคราวเงียบเฉียบ..
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกฟ้องทางแพ่งให้ชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดินมูลค่าราว 3.5 หมื่นล้านบาท ตามคำสั่งคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง ส่วนจำเลยคนสำคัญคนอื่นๆ อาทิ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ“เสี่ยเปี๋ยง” นายทุนผู้ใกล้ชิดนายทักษิณ ถูกฟ้องยึดทรัพย์มูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาท ขณะที่การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวอีกหลายคดียังอยู่ระหว่างการไต่สวนของป.ป.ช.
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังกับกรมบังคับคดี เห็นต่างในขั้นตอนการดำเนินการยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยกระทรวงการคลัง มองว่าควรเทียบเคียงกระบวนการยึดทรัพย์กับคดีของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมภริยา กว่า 46,000 ล้านบาท จากการใช้อำนาจของพระราชกำหนดลดภาษีสรรพสามิตสัมปทานโทรคมนาคม และปกปิดการถือหุ้นชินคอร์ป สร้างความเสียหายภาครัฐ ซึ่งคดีนั้นกรมบังคับคดีออกคำสั่งยึดทรัพย์ทันที หลังได้รับคำยืนยันมูลค่าความเสียหายที่ต้องชดใช้ จนสามารถยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมด
แต่คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดี กลับให้กระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการรับผิดทางเพ่งเป็นผู้ดำเนินการ แต่กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วย จึงส่งหนังสือชี้แจงกับกรมบังคับคดีไปมา จนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้ทางออกข้อกฎหมาย ก่อนสรุปให้กระทรวงการคลังปฏิบัติตามความเห็น และเงื่อนไขต่างๆ ของกรมบังคับคดี รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสืบทรัพย์ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช., สถาบันการเงิน, กรมที่ดิน ร่วมกันตรวจสอบทรัพย์ ลงพื้นที่ถ่ายภาพบันทึกหลักฐาน และแจ้งกลับให้กระทรวงการคลัง และกรมบังคับคดีตามลำดับ ส่งผลให้การยึดทรัพย์ในคดีนี้ล่าช้า แม้มีอายุความ 10 ปี ก็ตาม
ที่ผ่านมาการติดตามยึดทรัพย์บรรดาจำเลยคนสำคัญคดีโครงการรับจำนำข้าวคืบหน้าไปน้อยมากและส่อเค้าว่าอาจคว้าน้ำเหลว ทั้งนี้หลายคนเชื่อว่า ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายบุญทรง และนายภูมิ รวมถึง “เสี่ยเปี๋ยง” ได้มีการยักย้ายถ่ายเทออกนอกประเทศหรือบางทีอาจจะเข้ากระเป๋า ตัวบงการไปแล้วก็เป็นได้
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังนอกเหนือจากการติดตามจับน.ส.ยิ่งลักษณ์และยึดทรัพย์บรรดาจำเลยในคดีรับจำนำข้าวยึดคืนมาเป็นของแผ่นดิน อย่างให้การดำเนินการทั้งหมดต้อง "สูญเปล่า"
