- 19 ม.ค. 2561
FB : DEEPS NEWS
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ร่วมนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 35 หมู่ที่ 2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บ้านของ น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง หนึ่งในเป้าหมายผู้ค้ายาเสพติด ขณะเข้าตรวจค้นพบ พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว.(สอบสวน) ส.ทล1 กก.8 บก.ทล. อยู่ภายในบ้านพักด้วยนั้น
สืบเนื่องจากการสอบสวนทราบว่า พ.ต.ท.ธนกฤต เป็นสามีนอกสมรสของ น.ส.ทิพย์อาภา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดหรือไม่ โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธนกฤต ย้ายมาช่วยราชการที่ บช.ก. โดยกำหนดให้รายงานตัวในเช้าวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา
ต่อมา พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ได้เปิดเผยเกี่ยวกับคดีดังกล่าว หลังถูกผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พ.ต.ท. ธนกฤต จะใช้เงินสกปรกที่เกี่ยวกับยาเสพติดนี้ ไปวิ่งเต้นเพื่อให้ได้มาซึ่งยศและตำแหน่ง โดย พล.ต.ท. สมหมาย ตอบว่า "ผมไม่รู้ เพราะผมไม่เคยวิ่งเต้น เงินไม่สกปรกหรอก แต่คนน่ะที่สกปรก เพราะเงินมีรูปพระเจ้าอยู่หัวอยู่ ให้คิดว่าคนสกปรก ที่ไปจับเงินดี ๆ เสียหายหมด"
นอกจากนี้ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ยังเปิดเผยอีกว่า จากการสอนสวน พ.ต.ท.ธนกฤต ยังคงให้การปฏิเสธ โดยธรรมชาติตำรวจจะไม่รับสารภาพ แต่มั่นใจว่าข้อมูลหลักฐานที่มีอยู่สามารถทำให้ติดคุกได้แน่นอน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ เมื่อตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ น.ส.ทิพย์อาภา ได้มีการโทรมาแจ้ง พ.ต.ท.ธนกฤต จนมีการขนของออก โดย พ.ต.ท.ธนกฤต ได้ขนเงินจำนวน 2 ล้านบาทไปยัง จ.เพชรบุรี ซึ่งพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ธนกฤต มีการช่วยเหลือกันตลอดทั้งดูแลเรื่องเงิน เปลี่ยนรถให้ อีกทั้งเจ้าหน้าที่พบเครื่องนับเงิน ถ้าไม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินจะมีไว้ทำไม และรถยนต์ที่ตรวจยึดได้ก็มีการดัดแปลงด้านล่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด ทำให้น.ส.ทิพย์อาภา รอดจากการจับกุมมาได้นานกว่า 10 ปี
“ตนคาดว่า จะมีนายตำรวจนายอื่นที่อยู่ในขบวนการของ พ.ต.ท.ธนกฤต อีก เพราะคนๆ เดียวคงทำไม่ได้ ส่วนจะมีการนำเงินที่ได้จากขบวนการค้ายาเสพติดมาใช้ในการโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขบวนการของ น.ส.ทิพย์อาภา ถือเป็นกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ และเชื่อมโยงกับเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้มพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาวที่ถูกจับกุมไปแล้ว โดยพฤติการณ์กลุ่มนี้จะมีคนถือทรัพย์สินแทน ไม่ระบุชื่อเจ้าของที่เจ้าหน้าที่จับ อาจจะเป็นพ่อ หลาน น้อง ซึ่งเราต้องเชื่อมโยงให้ได้
ส่วนลักษณะการลำเลียงยาเสพติดนั้น จะนำรถยนต์ที่ถูกขโมยไปดัดแปลงใต้ท้องรถให้ว่างไว้สำหรับลำเลียงยาเสพติด ซึ่งรถยนต์คันหนึ่งสามารถขนกัญชาได้กว่า 200 กก. และมีการศัลยกรรมใบหน้าใหม่เพื่อไม่ให้คนจำได้อีกด้วย มีมูลค่าทางการเงินคาดว่ามีอยู่หลายร้อยล้านบาท ส่วนพ.ต.ท.ธนกฤต นั้น จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน ไม่มีรายได้อื่น แต่กลับมีรายได้เข้ามามาก จนสามารถส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ต้องใช้เงินปีละกว่าล้านบาทได้”
