- 27 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
ลืมหรือยัง?! "พ.ร.บ.ลักหลับตอนตี 4" ที่พรรคเพื่อไทยทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนเมื่อปี 2556 หวังช่วย "นายใหญ่" นั่นไง ที่ปลุกมวลชน "กปปส." ซึ่งก่อนหน้าก็คือ กลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปัตย์ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ สาวกพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง ที่เริ่มเวทีแรกที่ "สามเสน" พื่อต้าน พ.ร.บ.อัปศยดังกล่าว ก่อนจะขยายเวทีไปสู่ถนนราชดำเนิน และปักหลังต่อต้าน-เปิดโปงระบอบทักษิณภายใต้การนำของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้น้องสาว ก่อนจะนำมาซึ่งล่าสุดวานนี้ อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 9 แกนนำ ร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ และข้อหาอื่นๆ รวม 8 ข้อหาฉกรรจ์ อย่างไรก็ดี ผู้รู้ฟันธงว่า เรื่องนี้ต้องสู้กันในชั้นศาล เพราะการลงถนนขับไล่รัฐบาลขี้ฉ้อ-ทุสิ้นนั้น ยังไงก็ไม่ใช่กบฎ
หลังอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) มีความเห็นสั่งฟ้อง 9 แกนนำ กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ คดีร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ และข้อหาอื่นๆ รวม 8 ข้อหา ในช่วงการชุมนุมการเมืองปี 2556-2557 วานนี้นั้น ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างอื้ออึงในทันที
เพราะความจริงเชิงประจักษ์ที่ทุกฝ่ายรับรู้กันมาตลอดก็คือ ปฐมเหตุที่ทำให้ นายสุเทพ พร้อมทั้งสมาชิกพรรคคนอื่น ๆ ที่ต่อมาเรียกตัวเองว่า กปปส. นั้น คือการออกมาต่อต้าน รัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่สุมหัวกันออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมลักหลับตอนตี 4 ที่พรรคเพื่อไทยทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชนหวังช่วย "นายใหญ่" เมื่อปี 2556 นั่นเอง (ซึ่งขณะนี้ 40 ส.ส.เพื่อไทยที่ผ่านร่าง ก.ม.ดังกล่าวกำลังถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในเรื่องนี้ และกำลังดิ้นกันใหญ่)
พร้อมกันนี้ ในห้วงเวลาดังกล่าว ยังเกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวอย่างมโหฬาร ส่งผลให้ชาวนาผูกคอตายไปนับ 10 คน เหตุเอาข้าวเข้าจำนำแล้ว แต่กลับถูกโรงสี-รัฐบาลโกงเงินไปอย่างหน้าด้าน ๆ กระทั่งเกิดม็อบชาวนาทวงเงินจำนำข้าว จนตัว น.ส. ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ต้องหนีหน้าชาวนาไปหลายเดือน (ช่วงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์หายเงียบไปร่วม 2 เดือน) เหตุไม่มีเงินจ่ายให้ชาวนา เพราะทุจริตกันอย่างหนักจนเงินหมุนเวียนที่ใช้ในโครงการหมดลง ขณะที่ข้าวที่เกินในโกดังที่ซื้อมาแพงกว่าตลาดถึง 2 - 3 เท่าก็ไม่อาจนำไปขายได้ เพราะราคาที่ซื้อมาสูงเกินจริง และเวที กปปส. ก็นำความจริงเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้
ทั้งนี้ ยังไม่ต้องเอ่ยถึงความรุนแรงที่ฝ่ายนิยมทักษิณ กระทำต่อม็อบ กปปส. ด้วยอาวุธสงครามเกือบจะตลอดเวลาของการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลแพ่งเอง ก็มีคำสั่งระบุชัดว่า การชุมนุมของ กปปส.เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ดังที่ "นายประสาร มฤคพิทักษ์" อดีตแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.กล่าวถึงกรณีวานนี้ตอนหนึ่งว่า เสียงข้างมากที่ฉ้อฉลของสมาชิกรัฐสภายุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้สภาหมดสภาพที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติได้ และการชุมนุมโดยสงบที่ปราศจากอาวุธอันเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของ กปปส. จึงเป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"ตลอดเวลาการชุมนุมนานกว่า 6 เดือน ฝ่ายผู้ชุมนุมมีแต่พูดถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศ เปิดโปงความไม่ชอบธรรมของภาครัฐ ไม่มีใครเลยที่คิดกบฏ ไม่มีใครสะสมอาวุธ ไม่มีใครตระเตรียมการเผาบ้านเผาเมือง ไม่มีใครสาดกระสุนปืน ระเบิด หรือแก๊สน้ำตา แต่ฝ่าย กปปส.และผู้ชุมนุมนั้นเองที่เป็นฝ่ายถูกกระทำต้องบาดเจ็บล้มตาย จนแม้แต่เด็กเล็กยังต้องเป็นเหยื่อความรุนแรงที่ กปปส.ไม่ได้เป็นคนก่อ คำพิพากษาศาลหลายครั้งในเวลาต่อมาล้วนตัดสินให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องโทษจำคุกดังที่ประจักษ์กันแล้ว"
"นอกจากนี้ เมื่อมีผู้ร้องเรียนว่า กปปส.ชุมนุมโดยมิชอบ ปรากฏว่าทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และศาลแพ่ง มีคำสั่งหลายครั้งให้ยกคำร้องนั้นเสีย เนื่องจากการชุมนุมของ กปปส.เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ" อดีตแกนนำ 40 ส.ว. ระบุ
นั่นคือ เศษเสี้ยวเพียงเล็กน้อยที่รัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์” กระทำฉ้อฉลไว้ จนเป็นแรงผลักดันให้ กปปส. ออกมาร่วมชุมนุมขับไล่ และยืดเยื้อต่อมากระทั่งเกิดรัฐประหาร โดย คสช.
วันนี้ คือวันที่ 9 แกนนำ กปปส. ถูกดำเนินคดีกบฏแล้ว แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะคงต้องสู้กันในศาลอีกหลายยก และผู้รู้ต่างฟันธงว่า ไล่รัฐฯ ขี้ฉ้อ ยังไงก็ไม่ใช่กบฎ...และศาลฯ เองก็วินิจฉัยเรื่องนี้เอาไว้มากกว่า 2 ครั้งอย่างที่บอกข้างต้น
