"วีระ สมความคิด" รวมวง"จ่านิว-โรม" ไล่"บิ๊กตู่" ไร้สำนึก..ย้อนถาม รู้จักคำว่า..บุญคุณหรือไม่?!!

"วีระ สมความคิด" รวมวง"จ่านิว-โรม" ไล่"บิ๊กตู่" ไร้สำนึก..ย้อนถาม รู้จักคำว่า..บุญคุณหรือไม่?!!

 สืบเนื่องจากการที่ "วีระ สมความคิด" ไปปรากฎตัวร่วมขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล คสช. ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย  โดยมี "จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และนายรังสิมันต์ โรม และบรรดาผู้อ้างตัว”หัวก้าวหน้า”  ไม่ว่าจะเป็น บก.ลายจุด สมบัติ บุญงามอนงค์  , เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ผู้ที่รู้สึกคลื่นไส้ทุกครั้งเมื่อได้ยินเพลงชาติ   ตามที่ได้กล่าวไปเมื่อช่วงที่แล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม >>> การรวมตัวในวันที่ฝนตก ขี้หมูไหล จนกลายความหวังของชาติ??? "เทพไท"จากประชาธิปัตย์ไหลรวม"จ่านิว-โรม"?!

 

 แต่การปรากฏกายครั้งนี้ของนายวีระ  แม้จะเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรแต่ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความขาดหมายแต่อย่างใด  เพราะหลังได้รับอิสรภาพจากเรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา เมื่อวัน 1 ก.ค.2557 นายวีระก็แสดงความคิดเห็น และเคลื่อนไหวโจมตีมาโดยตลอด หลายคนเรียกว่าเป็น “ไม้เบื่อไม้เมา”กับคสช.  แม้คสช. จะเป็นผู้ดำเนินการให้นายวีระหลุดพ้นจากคดีก็ตาม

 

ทั้งนี้หากย้อนไปเมื่อครั้งที่นายวีระ ถูกดำเนินคดี ติดคุกอยู่ประเทศกัมพูชาอยู่หลายปี บางคนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร..​​??

นั่นก็เพราะการเคลื่อนไหวเรื่องทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งนายวีระได้เดินทางไปร่วมงานที่ชุมชน "บ้านสันปันน้ำ" ชายแดนพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก่อตั้งโดยอธิวัฒน์ บุญชาติ เป็นเวทีสุดท้ายการถ่ายทอดสด ทาง FM.TV. ของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เป็นการออกรายการทางสื่อครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553 

 

ทั้งนี้ นายวีระ ถูกจับพร้อมกับ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 และถูกตัดสินจำคุกในกัมพูชาเป็นเวลา 8 ปี และ 6 ปี ข้อหาจารกรรมข้อมูล เข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำดินแดนทางการทหารในจังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยนางสาวราตรีได้รับการอภัยโทษตั้งแต่เมื่อเดือน ก.พ.2556

 

นายวีระถูกคุมขังทั้งสิ้นเป็นระยะ  3 ปี 6 เดือน 2 วัน หรือรวมแล้ว 1,281 วันนั้น ซึ่งอยู่ ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อเนื่อง รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยทั้งสองรัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือนายวีระให้กลับไทย แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกะทั่ง ถูกปล่อยตัวเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2557

 

ทั้งนี้การปล่อยตัวเกิดขึ้นหลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รมว.ต่างประเทศ  (ขณะนั้น) ได้เข้าเยี่ยมคารวะสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา หารือร่วมกัน 

 

สาเหตุสำคัญที่มีการปล่อยตัวนายวีระส่วนหนึ่งมาจากการประสานงานของพล.อ.ประยุทธ์ที่ได้มีการติดต่อประสานกันระหว่างกองทัพบกไทยและกองทัพบกประเทศกัมพูชา โดยอาศัยความสัมพันธ์ของกองทัพทั้งสองประเทศ ซึ่งผ่านไปทางผบ.ทบ.ประเทศกัมพูชา ให้ช่วยเดินเรื่องขอให้รัฐบาลประเทศกัมพูชาปล่อยตัวนายวีระ

 

โดยในวันนั้น นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ในการหารือกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้มีการหยิบยกกรณีนายวีระ สมความคิด ซึ่งรับโทษอยู่ที่เรือนจำในกรุงพนมเปญ มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วนั้นขึ้นมาหารือ ซึ่งตามกฎหมายของกัมพูชาจะต้องรับโทษ 5 ปี จึงจะมีสิทธิขออภัยโทษได้ อย่างไรก็ตามตนได้หารือตามแนวทางจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่ขอให้ฝ่ายกัมพูชาพิจารณาปล่อยตัวนายวีระ โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง และด้านมนุษยธรรม รวมทั้งความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยฝ่ายไทยไม่ประสงค์จะแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา

               นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภายหลังจากที่สมเด็จฮุนเซน ได้รับฟังคำอธิบาย ก็ได้หยิบกระดาษขึ้นมาหนึ่งแผ่น คือ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ให้กับนายวีระ โดยลงวันที่ 1 ก.ค.2557 พร้อมกับถามว่าจะรับตัวนายวีระวันใด คือ วันนี้หรือพรุ่งนี้ ตนจึงเรียนว่าพ.ร.ฎ.ลงวันที่วันนี้ จึงขอให้เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย เดินทางไปรับตัวนายวีระในวันนี้ทันที โดยนายวีระ จะเดินทางกลับพร้อมคณะของทางการไทยถึงประเทศไทยในวันที่ 2 ก.ค. 

 

 ความน่าสนใจจึงมาอยู่ที่ว่าเวลานั้น ต่อมาในวันที่ 2 ก.ค.นายวีระ ได้ให้สัมภาษณ์ที่ ประเทศกัมพูชา ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย โดยได้กล่าวขอบคุณ นายสีหศักดิ์  และพล.อ.ประยุทธ์

 

แต่เรื่องราวก็ดำเนินมา จนกระทั่งนายวีระแสดงเจตจำนงผ่านเฟซบุ๊กว่า จะไปประท้วงการเดินทางมาเยือนไทยของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ช่วง 18-19 ธันวาคม 2558

             ตามมาด้วยการที่ นายวีระต้องออกมาโวยวายว่า โดนทหารไปบุกล้อมบ้านพัก บริเวณหมู่บ้านนวธานี รวมทั้งบุกล้อมบ้านภรรยาและแม่ยายใน จ.ลำปาง อีกด้วย!!

             ความจริงคืออะไรไม่มีใครเห็นกับตา แต่ที่แน่ๆ การโพสต์ครั้งนั้นของ นายวีระ ทำเอาพล.อ.ประยุทธ์โกรธจัด จึงจัดชุดใหญ่ด้วยการพูดออกสื่อ แสดงความผิดหวังที่ดำเนินการให้มีการปล่อยตัวเขาออกจากคุกเปรย์ซอร์!

 

จนนายวีระ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊คตอบโต้พล.อ.ประยุทธ์ ทันควัน ว่าเรื่องที่ตนได้รับการปล่อยตัวนั้นไม่เกี่ยวอะไรเลยกับการประสานของพล.อ.ประยุทธ์แม้แต่น้อย!! บางช่วงระบุว่า..

 

เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี หลังได้รับอิสรภาพจากเรือนจำเปรย์ซอว์ ประเทศกัมพูชา ในข้อหาจารกรรมข้อมูล โดยระบุว่าหลังผ่านเวลาไป 2 ปี ตนจะขอเปิดเผยความจริงบางประการในเรื่องดังกล่าว ตั้งแต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ตนและ นางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ต้องตกเป็นผู้ต้องหา จำคุกในประเทศกัมพูชา รวมถึงการพ้นออกจากเรือนจำ ว่าไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล คสช. อย่างที่หลายคนคิด

 

          โดย นายวีระ ระบุว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นผู้ใช้อำนาจปล่อยตนออกจากเรือนจำ โดยการให้อภัยโทษ ซึ่งตนไม่ต้องรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนใด ๆ จากทางกัมพูชา เนื่องจากเห็นว่ายิ่งคุมขังตนนานเท่าไร คนไทยก็จะเกลียดชังและต่อต้านเขามากขึ้น ที่สำคัญคือ คสช. ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องขังตนเพื่อเอาใจทักษิณอีกแล้ว และชิงปล่อยตัวตนตั้งแต่ก่อน คสช. จะเข้ามาเจรจาอีก เป็นการให้ผลงาน คสช. แบบส้มหล่นไป 

 

อย่างไรก็ตามการเดินหน้าตั้งแง่กับรัฐบาลคสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ ของนายวีระ ก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ปรากฏข่าวคราวให้เห็นอยู่ตลอดๆ  ก็ไม่รู้ว่าสุดท้าย วีระ กับ คสช. จะไปลงกันที่ตรงไหน ? แต่ที่หลายฝ่ายได้ตั้งคำถามในใจกับนายวีระนั้น ก็คือ “วีระ สมความคิด” รู้จักคำว่า..บุญคุณหรือไม่?

 

แบบนี้ก็ต้องจับตากันต่อไปว่า สถานการณ์ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และคสช. จะย่ำแย่ลงไปกว่านี้อีกหรือไม่ เพราะทั้ง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และวีระ ได้ร่วมมือกับคนเสื้อแดงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเป็นเรื่องที่คนไทยต้องตัดสินใจระหว่างกลุ่มคนเหล่านี้ ผสานกับนักเลือกตั้ง กับพล.อ.ประยุทธ์ใครทำประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมืองมากกว่ากัน?