- 29 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.deepsnews.com
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก กล่าวระหว่างงานสัมมนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หัวข้อ....”วันนี้ของอีอีซี” ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ผู้จัดการ ณ โรงแรมพลาซ่าแอททินี่ ว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกวันที่ 1 ก.พ. ที่มีนายกฯเป็นประธานจะเสนอที่ประชุมให้รับทรายการประกาศพื้นที่เขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมอีก 19 แห่ง บนพื้นที่ 29000 ไร่ โดยแบ่งเป็น 26000 ไร่ในพื้นที่ 18 นิคมอุตสาหกรรมซึ่งมีพื้นที่อยู่แล้ว กับ อีกหนึ่งแห่งของจีนที่เจาจะทำเองอีก 3000 ไร่
“ เบื้องต้นจะขอให้นายกฯใช้อำนาจ ม.44 ประกาศออกมาเป็นกฏกมายในพื้นที่ 19 แห่ง เพราะกฎหมายปกติยังไม่เสร็จ” เลขาธิการคกก.อีอีซีกล่าว
นายคณิศยังกล่าวต่ออีกว่า ในการประชุมวันนั้นจะมีการเสนอเรื่องให้ที่ประชุมรับทราบการลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยปีที่แล้ว 2560 มีคำขอการลงทุนในพื้นที่ 3 แสนล้านบาทจากเป้า 2 แสนล้านบาท ขณะที่ปีนี้ 2561 วางเป้าหมายคำขอการลงทุนอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเป้าการลงทุนในพื้นที่อีอีซีใหม่ จาก 5 ปี 5 แสนล้านเฉลี่ยปีละล้านให้เพิ่มขึ้น ส่วนจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ต้องรอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นคนบอก
“ ผมยืนยันได้เลยว่าถ้าเราไม่เร่งลงทุนใน 5 ปีเราจะตกขบวนและสู้ใครไม่ได้ เพราะตอนนี้อินโดนีเซียกับเวียดนามเขาแรงมาก ไม่ได้ขู่แต่ตัวเลขเรามี ถ้า 5 ปีเรายังไม่ทำอะไร เราจะไม่ทัน “ เลขาธิการคณะกรรมการอีอีซีกล่าว
นายคณิศกล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีว่ามีความคืบหน้าไปมาก ในส่วนของรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินก็กำลังออกทีโออาร์เช่นเดียวกับการขยายท่าเรือมาบตาพุดและแหลมฉบังซึ่งเราจะเอารถไฟทางคู่ไปเชื่อมให้คนสินค้าให้ได้เพิ่มจาก 7% เป็น 30% ขณะเดียวกันก็จะพัฒนาให้สนามบินอู่ตะเภารองรับนักท่องเที่ยวให้ได้ 60 ล้านคนเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ
“ตอนนี้กระแสการลงทุนมาแล้ว ผมยืนยันว่าเราจะใช้บริษัทไทย เงินไทยให้มากที่สุด เพื่อหมุนเศรษฐกิจไทยให้ไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นเห็นอีอีซีแล้วอย่าคิดว่าต่างชาติจะเข้ามาแย่งงานคนไทย มันไม่ใช่เลย เพราะอนาคตอีอีซีจะเป็นศูนย์รวมในการพัฒนาเศรษฐกิจ จะเป็นศูนย์รวมในการพัฒนาเยาวชน และจะเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาประเทศ” เลขาธิการคกก.อีอีซีกล่าว
