- 01 ก.พ. 2561
ยึดบ้าน “ยิ่งลักษณ์” ไม่ง่ายอย่างที่คิด งานนี้สู้กันอีกหลายยก หลายศาล บอกเลยไม่มีกลั่นแกล้งกฏหมายวิเศษแน่นอน!!!
กลับมาเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองบ้านเราอีกครั้ง สำหรับ“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” กับกรณีกระบวนการอายัด ยึด ทรัพย์สิน ตามคำสั่งการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง กระทรวงการคลัง ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้สรุปความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นทั้งหมด 178,000 ล้านบาท
ทว่าตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 8 ระบุว่า กรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน ให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น
ส่งผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าเสียหายคดีจำนำข้าว จำนวน 35,717 ล้านบาท เนื่องจากขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้ปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้กระทรวงการคลังได้รับความเสียหาย ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559
กระบวนการการยึดทรัพย์ เดินหน้าไปตามลำดับ แม้จะไม่รวดเร็วทันใจมากนัก แต่ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตามทางกรมบังคับคดี ได้ดำเนินการยึด อายัดทรัพย์ ทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ รวมกว่า 30 รายการ ซึ่งที่ได้ดำเนินการยึด มีบ้านที่ กทม. ที่ดินทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดประมาณสิบแปลง, คอนโดห้องชุด , และอายัดบัญชีเงินฝาก ประมาณ 12-13 บัญชี ซึ่งมีเงินเป็นหลักล้านบาท
สำหรับบ้านที่ ซอยนวมินทร์ 111 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากที่สุดในบรรดาทรัพย์สินของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ โดยตามบัญชีทรัพย์สินฯที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช.ระบุว่า มีราคา 110 ล้านบาท
แต่ดูท่าจะกลายเป็นหลังเรื่องยาวเสียแล้ว รายงานข่าว ขณะนี้ทราบเพียงว่าศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เท่านั้น ซึ่งขั้นตอนจากนี้ ก็ต้องรอให้ศาลส่งเรื่องให้กรมบังคับคดี เพื่อทำการยึดหรืออายัด โดยกรมบังคับคดีก็ต้องมีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไปถึงเจ้าบ้านเพื่อสอบถามว่า ทรัพย์สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีอะไรบ้าง เพื่อทำการยึด แต่คงจะยึดบ้านทั้งหมดไม่ได้ เพราะบ้านหลังดังกล่าวถือเป็นสินสมรส ไม่ใช่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คนเดียว แต่เป็นของ นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่บ้านหลังดังกล่าว ยังปกติดี ไม่มีการนำหมายหรือหนังสืออะไรมาติด และในบ้านน้องไปป์ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร ลูกชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านกับนายอนุสรณ์
อีกทั้งยังมีรายงานอีกด้วยว่า ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาจจะขออุทธรณ์ เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวบรรเทาการยึดบ้านและทรัพย์สิน โดยอ้างว่าเป็นที่อยู่ของลูกและสามี
คงต้องใช้เวาลาอีกนาน กว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้
เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ป.ป.ช. ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน
หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.หลังพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ครบ 1 ปี ต่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2558 รวมทรัพย์สิน 612,379,231.93 บาท (เฉพาะในส่วนของผู้ยื่นและบุตร ไม่รวมของคู่สมรส) รวมหนี้สิน 33,070,803 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 579,308,428.93 บาท (ไม่รวมทรัพย์สินและหนี้สินของคู่สมรส)
ส่วนรายการทรัพย์สินที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นต่อ ป.ป.ช.แบ่งเป็น เงินสด (ตามรายละเอียด ภาพที่1 , 2)
สำหรับรายการที่ดิน จำนวน 14 แปลง ได้แก่
1.โฉนดที่ดิน 9494 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 8 ไร่ 37 ตรว. มูลค่า 3,237,000 บาท 2.โฉนดที่ดิน 9463 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 98 ตรว. มูลค่า 294,000 บาท
3.โฉนดที่ดิน 72812 ต.ช้างคลาน อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 35.4 ตรว.มูลค่า 1,770,000 บาท
4.โฉนดที่ดิน 81454 ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 17.7 ตรว. มูลค่า 885,000 บาท
5.โฉนดที่ดิน 57310 ต.แสมดำ (บางบอน) อ.บางขุนเทียน กทม.เนื้อที่ 18 ตรว.มูลค่า 720,000 บาท
6.โฉนดที่ดิน 57430 ต.แสมดำ (บางบอน) อ.บางขุนเทียน กทม.เนื้อที่ 57.6 ตรว.มูลค่า 2,304,000 บาท
7.โฉนดที่ดิน 45721 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 20.5 ตรว.มูลค่า 600,000 บาท
8.โฉนดที่ดิน 10005 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 39 ตรว.มูลค่า 11,948,500 บาท
9.โฉนดที่ดิน 7480 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน มูลค่า 18,090,000 บาท
10.โฉนดที่ดิน 70389 ต.คลองกุ่ม อ.บึ่งกุม จ.กทม.เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 95 ตรว.มูลค่า 13,438,000 บาท
11.โฉนดที่ดิน 16505 ต.คลองกุ่ม อ.บึงกุ่ม ต.กทม. เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 82 ตรว.มูลค่า 10,562,000 บาท
12.โฉนดที่ดิน 51825 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย เนื้อที่ 11 ไร่ 84 ตรว. มูลค่า 672,600 บาท 13.โฉนดที่ดิน 67055 ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย เนื้อที่ 11 ไร่ 35 ตรว.
และ 14.โฉนดที่ดิน 115536 ต.คลองกุ่ม อ.บึงกุ่ม จ.กทม.เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 11 ตรว.มูลค่า 52,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 117,186,350 บาท
รายการโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 33 รายการ รวมจำนวนเงิน 162,368,182.40 บาท
ดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717,273,028 บาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้
ทั้งนี้ถึงจะมีเพียงพอหรือไม่ก็ตามแต่ ก็ใช่ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยอดให้ทรัพสินย์ของตัวเองถูกอายัดได้ง่ายๆ แน่นอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องสู้คดีจนถึงที่สุด ทุกช่องทาง ดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด อนุมานได้ว่ากว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก แม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมด
สำหรับกระบวนการบังคับคดี การยึด อายัด สามารถทำได้ แต่การขายทอดตลาด เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นเมื่อคดีถึงที่สุด ซึ่งศาลจะดูข้อเท็จจริง ดูข้อกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่ เป็นไปตามขั้นตอนกระบงนการยุติธรรม ไม่มี 2 มาตราฐาน หรือการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน
ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด ศาลมักจะให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อน ซึ่งแปลว่า ยึดได้ อายัดได้ แต่กระบวนการขายทอดตลาด หรือการนำทรัพย์ส่งคืนแผ่นดิน ศาลจะให้รอไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันยาวๆต่อไป
