“ไทยนิยม”....เป็นเรื่องบริหารราชการแผ่นดินล้วนๆ “ ประยุทธ์”  ปากแข็งยันไม่เกี่ยวเดินสายหาเสียง  แต่มหาดไทยเตรียมโปรแกรมพาบิ๊กตู่พบชาวบ้าน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.deepsnews.com

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกฯ กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 ถึงการดำเนินโครงการ “ไทยนิยมยั่งยืน” ที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นั้น ผมขอย้ำและทำความเข้าใจอีกครั้งว่ารัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังเพื่อผลประโยชน์อื่นใด กับรัฐบาลเลย แต่เป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 คือ "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" รัฐบาลจัดทำโครงสร้างการทำงานมาอย่างต่อเนื่องนะครับ จะเห็นได้ว่า 3 ปีที่ผ่านมา มีตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ขับเคลื่อน และระดับพื้นที่ เพื่อจะขับเคลื่อน และสร้างการรับรู้ถึงงานและนโยบายของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เรียกว่า กขป. และ คณะกรรมการบริหารราชแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปของประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และ การสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูป สัญญาประชาคม หน้าที่พลเมือง ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด เป็นต้น แต่ผมเห็นว่าปัญหาที่ผ่านมานั้นเรายังขาดกลไกขับเคลื่อนสำคัญในระดับพื้นที่ โดยเราจะต้องมีทั้งท้องถิ่น ในพื้นที่นอกจากนั้นก็เป็น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการในพื้นที่ของทุกกระทรวงนะครับที่ต้องเข้าใจงานในลักษณะบูรณาการ ทั้งการจัดทำแผนงาน โครงการ

งบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ ต้องรู้งานของคนอื่นเขาด้วย เราจะต้องสร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมโยงเกี่ยวข้อง ให้ประชาชนได้เข้าใจ จะได้เกิดความร่วมมือในลักษณะ "ประชารัฐ" ได้ชัดเจนขึ้น ในระดับพื้นที่ ซึ่งเราจะต้องนำงบประมาณ ทั้งงบรายจ่ายประจำ งบงานนโยบาย งบเพิ่มกลางปี หรืองบอื่น ๆ มาทำให้เกิดการประสานสอดคล้องกันให้ได้ในทุกพื้นที่ เพื่อช่วยให้การทำงานของรัฐบาลมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มากยิ่งขึ้น ประชาชนได้รับประโยชน์โดยแท้จริง และรวดเร็วทันการณ์ โดยประชาชนก็จะต้องมีการทำประชาคมหมู่บ้าน ความต้องการอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่อย่างนั้นก็ทำไม่ตรงกันอีก ก็ขอให้เข้าใจ ร่วมมือกัน ในระดับพื้นที่ด้วย ไม่ใช่มุ่งแต่โครงการที่รัฐบาลจะกำหนดลงไป

“ ผมอยากให้เป็นการทำงานสองทาง ข้างบนก็กำหนดแนวนโยบายลงไป ข้างล่างก็ไปหาแนวแนวทางในการปฏิบัติ โดยเกิดความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ และภาคประชาชนด้วย ในเรื่องสำคัญก็ได้แก่เรื่องน้ำ  เรื่องเกษตรนะครับ เรื่องท่องเที่ยว  บริการ ค้าขาย อาชีพอิสระ เราต้องไปดูแลเขาให้ถึงครัวเรือน ถึงพื้นที่ เพื่อจะได้มีรายได้ที่พอใช้อย่างยั่งยืน เราต้องเริ่มด้วยความพอเพียงก่อนให้ได้” นายกฯกล่าว

อนึ่ง  กระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ได้กำหนดจัดประชุมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย ปลัดจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด คลังจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด พัฒนาการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด นายอำเภอ ทุกอำเภอ และวิทยากรที่ดำเนินการถ่ายทอดนโยบายในระดับพื้นที่ ทั่วประเทศ ในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09:00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน ต่อด้วยระหว่างวันที่ 14-23 ก.พ.นี้ ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ในระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล จะประชุมร่วมเพื่อถ่ายทอดการปฏิบัติงานร่วมกันจากนั้นในช่วงวันที่ 1 มี.ค.-20 พ.ค.61 จะเป็นการลงพื้นที่ปฏิบัติงานใน 81,064 หมู่บ้าน และชุมชน แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1.วันที่ 1-20 มี.ค.61 วิเคราะห์ปัญหาความเดือดร้อน เยี่ยมเยียนรายครัวเรือน หรือบุคคล ค้นหาความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อจัดทำโครงการเสนอ 2.วันที่ 21 มี.ค.-10 เม.ย.61 สร้างการรับรู้และปฏิบัติตามสัญญาประชาคม 3.วันที่ 11 เม.ย.-30 เม.ย.61 สร้างการรับรู้ ปรับความคิด เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนารอบที่ 1 4.วันที่ 1 พ.ค.-20 พ.ค.61 สร้างการรับรู้ ปรับความคิด เพื่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนารอบที่ 2 อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการทั้ง 4 ระยะนี้ จะเริ่มจากคณะกรรมการอำนวยการฯที่เป็นระดับนโยบาย ถ่ายทอดลงมาสู่คณะกรรมการขับเคลื่อนฯในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ชุมชน รวมทั้งหมด 7,463 ทีม บูรณาการกันทุกกระทรวง ทบวง กรม ภาคเอกชน ภาคประชาชนรวมถึงหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง   นอกจากนี้ รมว.มหาดไทย ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนฯ ยังได้วางกรอบระยะเวลาเตรียมเสนอให้นายกฯตัดสินใจเพื่อเดินทางลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนทุกสัปดาห์ทั่วประเทศ ให้ครบทั้ง 18 กลุ่มจังหวัด โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.61-21 มิ.ย.61 

หาเสียงหรือไม่ถามใจเธอดู  คนไทยลองคิดกันเอง
/////////////