- 17 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เพจเฟซบุ้ค.....คุยกับหมอบัญชาได้แจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ศ.ระพี สาคริก ปราชญ์แห่งแผ่นดินความว่า ......กราบคุณพ่อ อ.ระพี ที่บ้านProf-Rapee Sagarik Homage@Home(bunchar.com บัญชาชีวิต 20180124_1)
เมื่อเช้าวานนี้ ที่ตู่ Jira Bunprasop ประสานนัดพี่ ๆ ลูก อ.ระพี เพื่อเข้ากราบ
แล้วบอกข่าวมาถึงผม ซึ่งฝากไว้ตั้งแต่แรก เพราะไม่อยากรบกวนมากมีประสาน Prasan Ingkanunt ภาสกร Paskorn Jumlongrach กับโรจน์ Pairot Singbun และผมด้วยเวลา ๑ ชม.กว่า ๆ ที่ผมเลือกขออยู่แทบเท้าคุณพ่อนั้น
คุณพ่อมีหน้าตาอิ่มเอิบ หลับพริ้มด้วยรอยยิ้มน้อย ๆท่ามกลางเสียงสวดพุทธมนตร์อันไพเราะ กับท่อออกซิเจนเสริมเท่านั้น
โดยพี่ ๆ กับคุณแม่ และ ๒ ผู้ดูแลประจำ
แต่วันนี้คุณแม่ต้องไป รพ.ด้วยวัย ๙๓ ขณะคุณพ่อในวัย ๙๕ ที่จะมีหมอแวะมาดูถึงบ้านเป็นระยะ ๆ หนังสือ “กาลเวลากับชีวิต” ของท่านอาจารย์พุทธทาสกับ “อุบลมณีที่กลางป่าพง” ของท่าน อ.ชา ที่ผมนำไปด้วยเพื่อฝากคุณแม่และพี่ ๆ จึงฝากไว้กับพี่จิ๋ม - มาลีกันยา ที่รอรับพวกเราในวันนี้
ห้องนอนของคุณพ่อตอนนี้ ปรับจากห้องทำงานของคุณพ่อที่พวกเรามักแวะไปหาเสมอ ๆและผมเองก็เคยไปขอนอนค้างบนพื้นห้องนี้มาแล้วมีประตูกระจกบานใหญ่เปิดเห็นเรือนกล้วยไม้ที่วันนี้แม้จะไม่เห็น “สาคริกโกลด์” กับ “นางอั้ว สาคริก”แต่ก็มีรองเท้านารีขาวสตูลกำลังบานงาม ขาวสะอ้านสวยร่วมด้วยช้างกระต้นงาม ประแต้มที่ขอบกลีบและกระเปาะเกสรพอดี ๆ
ผมรู้จักชื่อ “ระพี สาคริก” ตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย ด้วยชอบกล้วยไม้ในระดับ “บ้า” ตามพ่อ-แม่และน้าพามาแต่ไหน ๆ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่เมื่อปี ๑๖ ยิ่งอยากเข้าใกล้ เมื่อ “ระพี” เป็นหนึ่งใน ครม.พระราชทานในรัฐบาลสัญญาจำไม่ได้ว่าตอนเป็น นศ.ที่ มช. ระหว่างปี ๑๘ – ๒๔ ที่สมาทานชีวิตเพื่อมวลชนนั้น ได้มีโอกาสอะไรไหมแต่พอจบหมอกลับมาเมืองนคร แล้วเริ่มขยับกิจกรรมการพัฒนาชีวิตชุมชน กับมูลนิธิโกมล คีมทอง
และวงการวัฒนธรรม ก็ได้รับโอกาส ท่าน อ.หมอประเวศ วะสี แนะนำให้ได้รู้จักกับ อ.ระพี สาคริกพร้อมกับท่าน อ.เสน่ห์ จามริก
เมื่อคราวที่ทั้ง ๓ ท่านลงไปประชุมที่เมืองนคร แล้วผมอาสาพาไปเที่ยวที่คีรีวงตั้งแต่เช้ามืด
ตั้งวงสนทนากันที่หนานหินท่าหา
จนเกิดเหตุมหาอุทกธรณีภัยที่ภาคใต้ ในปี ๒๕๓๑ท่าน อ.ระพี ตามผมขึ้นมาหารือกับอธิบดี ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ทิ่จิตรโภชนาซึ่งทุกวันนี้ไม่มีแล้วแล้วออกมาเป็นการ “ประกาศปิดป่า” ทั่วประเทศตั้งแต่นั้นพร้อมกับที่ผมขอท่านเป็นที่ปรึกษาหลักหนึ่งในการขับเคลื่อนเพื่อการฟื้นคืนป่าเขาหลวงและคีรีวงซึ่งท่านนั้นตั้งใจเต็มที่ ชี้แนะสารพัด รวมทั้งชักนำนานานักวิชาการชั้นนำลงไปไม่ว่าจะเป็น อ.จิรายุพิน – อ.เกษม ผู้เชี่ยวชาญพันธุ์ไม้คนสำคัญของไทยรวมทั้ง ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย และ ศ.ดร.สุภัทท์ วงศ์วิเศษสมใจ ๒ ยอดผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีและอุทกวิทยาแห่งเอไอที เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ส่วนด้านอาชีพและชุมชนนั้นท่านพาพวกเราไปดูกิจการของบางกอกฟลาวเวอ่รร์ ที่เป็นสหกรณ์การเกษตรล้ำยุค ผู้ส่งกล้วยไม้สู่โลก
จากตลาดต้นไม้ที่จตุจักรไปจนถึงที่เขาแหลม
แล้วยังให้โอกาสได้ร่วมคณะไปถึงตลาดอกไม้ใหญ่ที่สุดของโลกในนครอัมสเตอร์ดัม และดุสเซลดอร์ฟเมื่อเกือบ ๓๐ ปีที่แล้ว
แม้งานด้านไม้ดอกไม้ประดับที่ไม่ประสบความสำเร็จที่คีรีวงแต่ผมได้ซึมซับรับการเรียนรู้หลายสิ่งอย่างจากครอบครัว “สาคริก” ที่มี “ระพี-กัลยา” เป็นประมุขรวมทั้งยังได้โอกาสตามไปงานการประกวดกล้วยไม้ที่นาฮา-โอกินาวา เมื่อ ๑๕ ปีก่อน เพื่อสัมผัสวงในของงานนี้ที่ตัวเองเคยบ้าเข้าขั้นแล้วตามไปเยือนสาวกกล้วยไม้ที่อะตามิ-อิซู แห่งจังหวัดชิซึโอกะ กลางเกาะฮอนชู
“คุณหมอครับ ผมเรียนเรื่องดินมา แต่คนรับรู้และเข้าใจว่าผมนี้เป็นนักกล้วยไม้
แต่จริง ๆ แล้ว ผมใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเรียนรู้และปฏิบัติการเพื่อชีวิตและชุมชน”
“ใช่ครับคุณพ่อ ถึงที่สุดนั้นคือ ธรรมะ ที่เป็นไปตามธรรมชาติแท้ทีเดียวเลยขอรับ”
นี้คือแก่นของบทสนทนาที่ในหลายสวน ในซุ้มกล้วยไม้แสนสวยเสมอ ๆ
โดยในปี ๒๕๓๓ ที่ผมถูกมูลนิธิโกมลคีมทองให้เป็นผู้ปาฐกถาประจำปีในฐานะคนรุ่นใหม่ในหัวเมืองและผมเลือกหัวข้อพื้น ๆ ว่า “ก็เพราะรักแผ่นดินเกิด”ก็ได้รับเมตตาจากคุณพ่อเป็นผู้กล่าวปิดท้าย
กระทั่ง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา ที่สวนโมกข์กรุงเทพ
คุณพ่อก็ตามมาช่วย “ปลูกกล้วยไม้ใส่สวนโมกข์ พร้อมกับชวนกัน “ปลูกกล้วยไม้ในใจตนจนถึงที่บ้าน” อยู่เสมอ ๆโดยก่อนป่วยคราวนี้ คุณพ่อยังบอกผมว่า“เอามั๊ยครับหมอ เอางานการประกวดกล้วยไม้โลกรอบหน้ามาจัดกันที่สวนรถไฟและสวนโมกข์ ?”
“จะไหวหรือครับ ?”“ทำไมจะไม่ไหว แล้วพ่อจะประสานชักนำมานะ”
ด้วย "มาลัยมะลิกับกุหลาบแดงร้อยรัก" ที่คุณภาสกร จัดไปพวกเราได้น้อมกราบแล้วผลัดกันกุมแผ่นเท้าของคุณพ่อไว้ด้วยใจคารวะ
เพราะคุณพ่อเหมือนจำอะไรและใครไม่ได้ในช่วง ๑๐ วันมานี้ มีการกล่าวอะไรที่ในสมองน่าจะยังทำงานอยู่ออกมาเป็นระยะ ๆการหายใจเป็นไปด้วยดี มีผ่อนเบาบ้างเป็นครั้งคราว ชีพจรแข็งแรง รับอาหารได้ ขับถ่ายดี
กราบแทบเท้าครับคุณพ่อ คุณแม่ อีกครั้งครับ
๒๔ มค.๖๑ ๐๘๐๐ น.บนเครื่องกลับบ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร#คำนึงถึงชีวิต
//////////
