- 26 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
โครงการเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เป็นอีกผลงานที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดการพัฒนาในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการ พึ่งพาตนเอง และเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่นได้
โดยมีเป้าหมายเกษตรรุ่นใหม่จะมีอายุ 17–45 ปี เริ่มต้นทำการเกษตร มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเอง และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว โดยในปี 2557 มีผู้ผ่านการพัฒนาจำนวน 1,731 ราย / ปี 2558 จำนวน 2,182 ราย / ปี 2559 จำนวน 1,849 ราย/ ปี 2560 จำนวน 1,836 ราย ซึ่งในปี2561 นี้ตั้งเป้าหมายพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ 3,280 ราย
จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรพบว่า โครงการดังกล่าวช่วยให้เกิดผลผลิตมากขึ้นและมีความแปลกใหม่จากการใช้นวัตกรรม และยังทำให้ต้นทุนลดลง สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานจึงเป็นที่สนใจของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร จำนวนมาก
แต่ก็ยังมีปัญหาสำคัญ คือ ปัญหาในเรื่องที่ดินซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เช่า ทำให้เกษตรกรไม่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนอาชีพตามคำแนะนำของกระทรวงเกษตรฯ เพราะไม่มั่นใจรายได้ และจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า โดยพบว่า ที่ดินไม่ใช่ของเกษตรกรเองกว่า 60% เป็นพื้นที่เช่าทั้งสิ้น
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุด นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯได้มีแนวความคิด ให้เกษตรกรรุ่นหนุ่มสาวไปสำรวจ พื้นที่เกษตรที่มีเจ้าของสูงอายุทำเกษตรเองไม่ได้ โดยเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้าไปทำสัญญากับเจ้าของที่ เพื่อบริหารจัดการ หรือเป็นลูกจ้าง แล้วแบ่งผลโยชน์ตามที่ตกลงกัน ทั้งนี้ทาทงกระทรวงเกษตรฯจะนำเสนอแนวทางให้ครม.เห็นชอบ
“เป็นโมเดลที่ผมเคยใช้สมัยเป็นนายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ คนตกงานจากกรุงเทพ ตอนวิกฤติปี 40 กลับไปอยู่ต่างจังหวัด ผมให้ไปทำสัญญา กับเจ้าของที่ซื้อไว้ไปเก็งกำไรมาเจอเศรษฐกิจล้มก็ขายไม่ได้ และไปเจรจาให้ ช่วยคนตกงาน ยืมที่ดินคนรวยช่วยคนจน ทำหนังสือสัญญาให้ยืม3ปี ทำสวน ทำนากระเทียม ช่วยคนตกงานจากกรุงเทพได้ นี่คือเหตุการณ์ปี40 “ รมว.เกษตรฯกล่าว
หากวันนี้ไม่มีคนกลับมามาทำเกษตร มีแต่คนแก่ นี่คือวิฤกติจริงๆของประเทศ ขอให้เกษตรกรรุ่นใหม่พยายามขยายเครือข่ายครอบคลุมทั้งตำบล อำเภอ ทุกจังหวัดค้าขายเป็นตัดพ่อค้าคนกลาง เป็นผลดีต่อผู้บริโภคได้ซื้อของคุณภาพราคาเป็นธรรม
