คกก.อีอีซีสรุปลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม  3 สนามบิน รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน  ระยะโครงการ 50 ปี  เล็งประกาศทีโออาร์มี.ค.นี้

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

   ทำเนียบรัฐบาล  นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนามคม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายคณิต แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 2/2561 โดยมี ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน   โดยนายอุตตมกล่าวสรุปสาระสำคัญของการประชุมในวันนี้ว่า  ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 
   โดยขณะนี้ได้ผ่านการเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอยู่ระหว่างการนำขึ้นทูลเกล้าฯ 

 

คกก.อีอีซีสรุปลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม  3 สนามบิน รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน  ระยะโครงการ 50 ปี  เล็งประกาศทีโออาร์มี.ค.นี้

   นายอุตตมกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบหลักการให้สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ไปศึกษาการ ขยายพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่เชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดเดิม โดยให้นำเสนอเข้าที่ประชุมในภายหลังจากที่พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับแล้ว  โดยให้ไปศึกษาจังหวัดใกล้เคียงพื้นที่อีอีซี อาทิ  สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด ว่าจังหวัดใดมีความพร้อมที่จะเข้ามาอยู่ในอีอีซีบ้างโดยให้ระยะเวลาในการศึกษา 3 เดือน  

     “ประเด็นสำคัญที่สุดในวันนี้คือที่ประชุมอนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประกอบด้วย ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และ อู่ตะเภา  ซึ่งเป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลต่อความสำเร็จของอีอีซี  ทั้งนี้โครงการนี้พัฒนามาจากโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก (ลาดกระบัง-ระยอง) ที่เป็นโครงการเดิม โดยได้ปรับปรุงหลักการให้เข้าเชื่อม 3 สนามบินอย่างไร้รอยต่อ อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชนในอนาคต”  รมว.อุตสาหกรรมกล่าว  

 

คกก.อีอีซีสรุปลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม  3 สนามบิน รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน  ระยะโครงการ 50 ปี  เล็งประกาศทีโออาร์มี.ค.นี้
 

    นายคณิตกล่าวว่า ในส่วนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม  3 สนามบินจะมีความเร็วอยู่ที่ 250 กม.ต่อชั่วโมง โดยเบื้องต้นจะใช้เส้นทางรถไฟในเมืองของแอร์พอร์ตลิงก์ต่อขยายจากดอนเมือง บางซื่อ มา มะกะสัน ไปสุวรรณภูมิ จากนั้นจะมีสถานีรถไฟเชื่อมระหว่างกรุงเทพกับฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง อีก  5 สถานี คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และสิ้นสุดที่อู่ตะเภาในระยะแรก  โดยราคาค่าโดยสารเบื้องต้นจากสถานีมะกะสันไปพัทยาราคาอยู่ที่ 270 บาท  สถานีมะกะสันไปอู่ตะเภา 330 บาท  ขณะที่การลงทุนจะใช้รูปแบบรัฐบาลลงทุนร่วมกับเอกชน (PPP) คือ ภาคเอกชนจะเป็นผู้รับความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและความล่าช้าของโครงการหากเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด  ทั้งนี้มูลค่าในการลงทุนโครงการอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท มีอายุ 50 ปี เมื่อครอบ 50 ปี รัฐบาลจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด รวมทั้งรถไฟ สถานี และ อสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด 
“ เบื้องต้นมีการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจตลอดทั้งโครงการคาดว่าอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท  โดย 50 ปีแรกมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท จากนั้นเป็นต้นไปคาดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3 แสนล้านบาทเป็นอย่างน้อย โดยโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินกำหนดแล้วเสร็จในปี 2566 ” เลขาฯคณะกรรมการอีอีซีกล่าว

คกก.อีอีซีสรุปลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม  3 สนามบิน รัฐลงทุนร่วมกับเอกชน  ระยะโครงการ 50 ปี  เล็งประกาศทีโออาร์มี.ค.นี้

   ด้านนายกอบศักดิ์กล่าวว่า ในเดือนมีนาคมจะมีการประกาศทีโออาร์โดยจะมีการเชิญทูตจากทั่วโลกและนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมฟัง ซึ่งตอนนี้มีนักลงทุนจากยุโรป จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และหลายประเทศสนใจ จากนั้นจะให้เวลาบริษัทที่สนใจยื่นประมูล 4 เดือนในการนำเสนอรายงานการก่อสร้าง คาดว่าภายปลายไตรมาส 3 น่าจะประมูลแล้วเสร็จ  จากนั้นในช่วงกลางปีถึงไตรมาส 3 ก็จะทยอยประกาศทีโออาร์โครงการสำคัญๆที่เหลือในอีอีซี ประกอบด้วย ศูนย์ซ่อมสร้างอากาศยาน สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง  ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะประมูลให้จบและลงนามเซ็นสัญญาทุกโครงการให้ได้ภายในปีนี้