- 27 ก.พ. 2561
แม้จุดไม่ติด แต่จะไม่มีวันหยุด!!ยุทธศาสตร์2แนวทาง 5 แนวรบ "ม็อบอยากเลือกตั้ง" ผสม"วัฒนา"เสียมากกว่าได้!!??
สถานการณ์การเมืองจากนี้ไปคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เหตุ..มีสัญญาณบ่งชี้ว่าขบวนการกลุ่มอำนาจเก่าวางแผนเดินเกมอย่างเป็นระบบ ม็อบอยากเลือกตั้ง ที่เคยคล้ายจะเหมือนบริสุทธิ์ แต่วันนี้ก็มีฝ่ายการเมือง เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การเคลื่อนไหวของหมู่คนเสื้อแดง ย้ำกันให้ชัดว่า ก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการโดยมียุทธศาสตร์2แนวทาง 5 แนวรบ คือแนวทางสันติ กับแนวทางความรุนแรง จะต้องมาเชื่อมโยง กับยุทธศาสตร์การต่อสู้ทางทฤษฎีของขบวนการปฏิวัติ
5แนวรบ ได้แก่ 1 พรรค 2 มวลชน 3 กองกำลังติดอาวุธ 4 แนวรบต่างประเทศ และ 5แนวรบด้านข่าวสาร
จะทำงานของตัวเองไป ภายใต้การทำงานของตัวเองไปมันจะมีสิ่งที่จะพิจารณาก็คือว่าบางแนวรบมันจะผิดกฎหมายภายในประเทศ บางแนวรบผิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ การเคลื่อนไหวของทุกส่วนจะต้องผสมผสานกลมกลืนกันให้พอดี
การแสดงพลังที่อ้างประชาธิปไตยและการเลือกตั้งบังหน้าของมวลชนที่ถูกตั้งเป็น1ใน5แนวรบดังกล่าว .. เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค.61 ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิวส์ แกนนำกลุ่มฯ กล่าวปราศัยโจมตีรัฐบาลคสช. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้พรากสิทธิของประชาชนในการเลือกตั้ง พร้อมการสมทบของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ,นายวีระ สมความคิด ,เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และอานนท์ นำพา เป็นต้น
จากนั้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา พร้อมๆกับข้อสังเกตว่าเป็นมวลชนจัดตั้ง 200-300 คน มวลชนส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนเสื้อแดงถือเป็นการหยั่งเชิงสุมไฟป่วนเมืองยกแรกของขบวนการจ้องล้มอำนาจรัฐ และได้เดินทางไปเคลื่อนไหวต่อเนื่องที่ลานย่าโม จ.นครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา แม้จำนวนผู้ร่วมชุมนมแทบนับหัวได้ แต่การเคลื่อนไหว จุดประสงค์ในตอนนี้อาจจะยังไม่มุ่งเน้นที่จำนวนแต่เพื่อหยั่งกระแสมหาชน และสายแรงกระเพื่อมไม่เงียบหายไปจากกระแสข่าว
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นขั้นตอนการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม สู่แผนสุมไฟหวังให้ประชาชนลุกฮือ ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แล้วว่า “จุดไม่ติด” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหยุด หรือ ยอมยุติลงแต่โดยดี แน่นอนว่ากลุ่มผู้เคลื่อนไหวต้องการให้การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็น "ยุทธวิธี " ในการจุดประกายการต่อสู้ของ"กลุ่มเสื้อแดง"ที่ค่อยๆฝ่อลงไปให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ภายใต้"ทฤษฎีสะสมปริมาณไปสู่คุณภาพ" โดยหวังว่า จะดึงต่างประเทศเข้าร่วมกดดันไทย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรสิทธิ์ต่างๆ หรือประเทศเจ้าประชาธิปไตย สามารถเอื้อมมือแทรกแซงได้ วันนึงผู้คนจะลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มคสช.และรัฐบาลทหาร
จากคำประกาศของนายรังสิมันต์ โรม และ นายสิรวิชญ์ สองแกนนำเคลื่อนไหวก็ยังคงประกาศว่ายังจะมีการนัดแสดงพลังของมวลชนครั้งต่อไปในวันที่ 22 พ.ค. ที่จะถึงนี้อันเป็นวันครบรอบ 4 ปี การรัฐประหารของคสช. พร้อมกับเชิญชวนให้นักการเมืองออกมาร่วมการแสดงพลังครั้งใหญ่นี้
เหมือนเป็นการจงใจส่งไม้ต่อให้ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย รีบออกมารับลูก ทันที และประกาศ ตกปากรับคำ กลุ่มนักศึกษา”อยากเลือกตั้ง” ยืนยันไปร่วมขึ้นเวทีปราศรัยอีกด้วย
การชุมนุมเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 61 นายวัฒนา ได้เข้าเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมปราศรัยเชือดเผด็จการ ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ทันทีที่นายวัฒนา เดินทางมาถึงได้มีมวลชนขอถ่ายรูปด้วย
นายวัฒนา ยืนยันว่ามาให้กำลังใจ ไม่กลัวจะถูกโยงเป็นกลุ่มการเมืองหนุนหลัง เหตุตนเป็นประชาชนที่อยากให้มีการเลือกตั้งจึงเป็นสิทธิที่มาได้ ส่วนหลังจากนี้อาจถูกแจ้งข้อกล่าวหาหลังจากนี้ก็ไม่ว่ากันพร้อมเรียกร้อง คสช. คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้งโดยเร็ว
การปรากฏตัวของนายวัฒนา ในครั้งนี้เป็นผลดีกับ ม็อบอยากเลือกตั้ง จริงหรือ ?? เครดิตความเป็น "ม็อบบริสุทธิ์" กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน...กระทั่งถึงขั้นติดลบ จากการปรากฏตัวของนายวัฒนา หลายฝ่ายกังขาเรื่องความเคลื่อนไหวของนักการเมือง คนระบอบทักษิณ แม้เจ้าตัวจะยันเจตนาบริสุทธิ์ ไม่เกี่ยวกับสีเสื้อก็ตาม และด้วยตัวของนายวัฒนาก็ยังมีมลทิน คดีติดตัว ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ได้ทำร้ายภาพลักษณ์ม็อบอยากเลือกตั้งจนปนปี้
การเคลื่อนไหวของนายวัฒนา นอกเหนือจากเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ในการต้านรัฐบาลคสช.แล้ว นัยยะที่สำคัญ เพื่อสนองผลประโยชน์ของตนเองใช่หรือไม่? การขยับในช่วงที่มีกระแสร่ำลือ ใกล้จะได้คำตอบ เคาะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ จะหมายความอย่างไรก็เป็ฯเรื่องที่ท่านผู้อ่านตีความกันเอาเอง แต่ทั้งนีั้ทั้งนั้นนายวัฒนาได้ย้ำเสมอว่าต้อง เป็น “บุคคลที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่”
