- 05 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วม 3 ฝ่ายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้นำการแก้ไขเพิ่มเติมปรับให้เลือก ส.ว.แบบตรง ลดกลุ่มอาชีพเหลือ 10กลุ่มไปอยู่บทเฉพาะกาล และบังคับใช้ใน 5ปีแรก อาจขัดรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้มามองได้ 2 ทาง หากตีความอย่าแคบก็น่าจะขัดรัฐธรรมนูญ แต่หากมองว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายได้พิจารณาแก้ข้อขัดแย้งที่ไม่ตรงกันจนได้ผลสรุปนำไปไว้ในบทเฉพาะกาลก็น่าจะไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ถือเป็นทางเลือกที่ 3 ที่จะนำไปเป็นปฏิบัติเพื่อให้ร่างกม.ส.ว.เดินต่อไปได้ ไม่ให้เกิดเดทล็อก ซึ่งหลักการของกมธ.ร่วม 3ฝ่าย ก็คือ การพิจารณาข้อกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกันมาทบทวนแก้ไขให้ได้ข้อยุติ เหมือนกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ทั่วไป ดังนั้นตนจึงมองว่า น่าจะไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ
นายเสรี ยังระบุด้วยว่า แต่หากมีคนเห็นต่างก็สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่คนที่ยื่นน่าจะเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้ เช่น ผู้ที่จะสมัครส.ว. หากทุกคนจะยื่นก็จะทำให้เกิดความวุ่นวาย หรือสมาชิกสภานิติบัญญัตติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งเป็นผู้พิจารณาร่างพ.ร.ป.ฉบับนี้ก็สามารถเข้าชื่อได้เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้เช่นกัน
"ตนเชื่อว่า การพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ก็น่าจะผ่านความเห็นชอบจากสนช.เพราะหากไม่เห็นชอบก็จะโยนแรงกดดันไปให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อให้ทำตามโรดแม๊ปต่อไป" อดีตประธานคณะกรรมาธิการเมือง สปท. ระบุ
