เชื่อ นายกฯหรือยัง !! สนช.ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป. 2 ฉบับสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความมั่นใจและออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการคว่ำร่างกฎหมายลูกดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

ทำให้เซียนการเมือง ลดระดับความคลางแคลงใจ   ว่าโรดแมปเลือกตั้ง คงไม่ถูกเลื่อนออกไปอีก
 

ในที่สุด การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้มีมติเอกฉันท์ 211 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่กรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ปรับปรุงแก้ไข ซึ่งสาระสำคัญ คือ 
1. คนนอนหลับทับสิทธิ ไม่ไปเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิ ห้ามเป็นข้าราชการการเมือง และผู้บริหารท้องถิ่น 
2. ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเดียวกัน ไม่ได้ใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศเหมือนในอดีต เบอร์จะแตกต่างกันไปในแต่ละเขตเลือกตั้ง
3. การคำนวณค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ไม่ให้นำจำนวนผู้สมัครของแต่ละพรรคมาเป็นฐานในการคำนวณ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ – เสียเปรียบ ว่า พรรคไหนส่งผู้สมัครมากกว่า ใช้เงินหาเสียงได้เยอะกว่า

4. กลับไปห้ามจัดมหรสพ / งานรื่นเริง เหมือนในอดีต
5. กรอบเวลาการลงคะแนนเลือกตั้ง เจอกันคนละครึ่งทาง คือ 8 โมงเช้า – 5 โมงเย็น 
6. และสุดท้ายคือ ผู้พิการสามารถให้บุคคลอื่น หรือ กรรมการประจำหน่วย กาคะแนนแทนได้

- ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่คาดว่าจะอภิปรายกันเยื้อนั้น เอาเข้าจริงใช้เวลาพิจารณาไปเพียง 1 ชั่วโมง โดย สนช.ลงมติผ่านความเห็นชอบ 202 เสียง / ไม่เห็นชอบ 1 เสียง / งดออกเสียง 1 เสียง

- สำหรับสาระสำคัญที่ผ่านความเห็นชอบ คือ ในระยะ 5 ปีแรก 
1. ให้เปิดรับสมัครเป็น 2 กลุ่ม คือ แบบบุคคล กับ นิติบุคคล (หน่วยงาน / องค์กรเสนอชื่อเข้ามา) 
2. ให้ลดสัดส่วนกลุ่มอาชีพจาก 20 กลุ่มเหลือ 10 กลุ่ม
3. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลือกตรง แทนการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพ

- แต่พอพ้นระยะ 5 ปีไปให้กลับไปใช้แบบเดิมตามที่ กรธ.เขียนไว้ คือ ไม่แยกแบบบุคคลกับนิติบุคคล / กลุ่มอาชีพเป็น 20 กลุ่มเท่าเดิม และใช้การเลือกไขว้

- และจากการตรวจสอบกับสมาชิกหลายคน ยังไม่มีรายงานว่า ใครจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ หลังจากนี้ สนช.จะต้องส่งร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ถ้าระหว่างนี้ มีสมาชิก สนช.ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีก็ต้องชะลอการทูลเกล้าฯออกไปก่อน