- 09 มี.ค. 2561
ติดตามรายละเอียด FB : DEEPS NEWS
หลังจากมีการแถลงความคืบหน้าการดำเนินคดีโกงหวย 30 ล้าน หรือการแย่งชิงความเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล ระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ กับ ร.ต.ท.จรูญ วิมล จนนำมาสู่การดำเนินในหลายข้อหากับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “ครูปรีชา” กับ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” ก่อนจะบานปลายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีส่วนสำคัญทำให้คดีดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปจากข้อเท็จจริง
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผบก.ปปป.) ได้กล่าวถึงผลการสอบปากคำ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผบก.ภ.จว. กาญจนบุรี หลังจากถูกตั้งข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ว่า ผลการสอบสวนได้ข้อมูลในหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ที่จะนำไปสู่การดำเนินการ
พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา
โดยเบื้องต้นมีข้อเท็จจริงว่า ทางด้าน พล.ต.ต.สุทธิ เป็นผู้สั่งการให้พนักงานสอบสวนแก้ไขสำนวนให้สอดรับกับคำให้การของ ครูปรีชา ดังนั้นจะเสนอผู้บังคับบัญชาให้กันตัว พ.ต.ท.ชูวิทย์ เจริญนาค และ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการสอบสวนไว้เป็นพยาน แต่หากภายหลังการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่ามีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องทำให้เกิดกระบวนการแก้ไขสำนวนอีก ก็จะพิจาณาแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.กมล ระบุด้วยว่าภายหลังการสอบสวน ได้อนุญาตให้พล.ต.ต.สุทธิ เดินทางกลับได้ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ประกันตัว เนื่องจากเป็นการเข้ามาพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย ส่วนหลักฐานที่ได้เพิ่มเติมขณะนี้ คือ ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของ ร.ต.อ.จิรยุทธ์ ซึ่งพบการแก้ไขสำนวนการสอบสวนถูกบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์รวมถึง 34 ไฟล์ และ สำนวนการให้ปากคำขอ เจ๊บ้าบิ่น ถูกเก็บอยู่ภายในลิ้นชักโต๊ะทำงานด้วย
พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล
ขณะที่ นายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความของ พล.ต.ต.สุทธิ ยืนยันว่า จนถึงล่าสุดลูกความยังเชื่อมั่นว่าตนเองทำตามหน้าที่โดยสุจริต ส่วนกรณีที่มีการแถลงข่าวโดยพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ระบุว่า พล.ต.ต.สุทธิ ทำหน้าที่ด้วยความเชื่อว่าหวย 30 ล้านเป็นของครูปรีชา จึงทำให้การทำหน้าที่ผิดจากข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องที่จะนำไปพิจารณาต่อไป เพราะคงเกี่ยวข้องกับบทลงโทษทางวินัยว่าด้วยพิจารณาพักราชการ หรือ ให้ออกจากราชการ
