“ทักษิณ”กุมขมับ เพื่อไทย กัดกันเอง จะสู้ คสช.ยังไงไหว

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ประกอบกับหนีคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จนดูเหมือนจะไม่มีโอกาสได้กลับบ้านแล้ว คอการเมืองต่างจับตามองว่าที่เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย ผู้ที่จะมานำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง ภายใต้กติกาหฤโหดของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ว่ากันว่าเอื้อต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) 

 

“เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมากับนายทักษิณ ชินวัตร เป็นบุคคลในข่าวที่ถูกจับตามามองว่าจะได้รับเลือกให้เป็นเบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงที่มีความประณีประณอม มีสายสัมพันธ์กับบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์เช่นนี้

ในจังหวะที่ชื่อของ “เจ๊หน่อย” กำลังท็อปฟอร์มเกือบถึงขีดสุด นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่มีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำที่ไม่ใช่พวกเดียวกับเจ๊หน่อย เพราะว่ากันว่า หลายคนในพรรคเพื่อไทยเองไม่ได้สนับสนุนเจ๊หน่อยให้ขึ้นเป็นเบอร์ 1 นั่นเพราะเจ๊หน่อยไม่มีความเหมาะสม อีกทั้งยังมีปัญหากับผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี , เฮียเพ้ง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ฯลฯ 

ความสัมพันที่ไม่ค่อยราบรื่นนี้ เป็นปัญหาและอุปสรรคอย่างมากต่อการเป็นผู้นำ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีกระแสข่าวว่า นายใหญ่อย่างทักษิณ ชินวัตร เคยมีความพยายามให้คุณหญิงหน่อย และ ร.ต.อ.เฉลิม มาประสานรอยร้าวกัน แต่ปรากฎว่า ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เอาด้วย เรื่องนี้จึงทำเอานายทักษิณ ถึงกับเซ็งเลยทีเดียว

เมื่อในพรรคเพื่อไทยหลายต่อหลายคนไม่ชอบเจ๊หน่อย จึงไม่แปลกที่อยู่ๆ นายพชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย บุตรชายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน จะออกมาวิจารณ์เจ๊หน่อย แบบชกข้ามรุ่น อย่างไม่ไว้หน้า แม้นายพชร จะปฏิเสธว่าไม่ได้พูดแทนพ่อ ทั้งหมดมาจากความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง

นายพชร บอกว่า ไม่พอใจที่เจ๊หน่อย ให้สัมภาษณ์โดยบอกว่าพรรคเพื่อไทย เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นผู้ถูกกระทำ เขาวิจารณ์แรงๆว่า “ปัญหาคือบางคนเลือกที่จะหลงสถานะตัวเอง อ้างเหตุผลด้านศาสนา ความดี เพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเอง จนทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ทั้งที่ธรรมชาติของนักการเมืองต้องต่อสู้ การเมืองย่อมเป็นการเมือง มีทั้งสวยงาม และด้านมือเป็นปกติ การถกเถียง และต่อสู้ประเด็นต่างๆ เป็นความจำเป็น”

 

สิ่งที่น่าสังเกตคือ ถ้าลูกชายของนายพิชัย หวังปรับเปลี่ยนทัศนะคติของผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค เขาสามารถติดต่อของพูดคุยและค่อยปรับความเข้าใจระหว่างกันได้ และวิธีนี้จะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค แต่เขาเลือกที่จะพูดผ่านสื่อ โดยหวังให้กระทบต่อเจ๊หน่อยโดยตรง

ด้วยเหตุนี้นายทักษิณ ชินวัตร จึงต้องกุมขมับ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้แค่กระทบเจ๊หน่อยเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อความเป็นเอกลักษณ์ภายในพรรค 

เนื่องจาก ในช่วงที่ คสช.กำลังก่อตัวกลายสภาพเป็นพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทยจะขัดแย้งกันเองไม่ได้ เพราะถ้าขัดแย้งกันแล้ว จะสู้ คสช.ยังไงไหว

“ทักษิณ”กุมขมับ เพื่อไทย กัดกันเอง จะสู้ คสช.ยังไงไหว

“ทักษิณ”กุมขมับ เพื่อไทย กัดกันเอง จะสู้ คสช.ยังไงไหว

“ทักษิณ”กุมขมับ เพื่อไทย กัดกันเอง จะสู้ คสช.ยังไงไหว