- 16 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
หลังรองประธานบริษัท ไทยซัมมิทฯ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่แตะมือกับ "นายปิยะบุตร แสงกนกกุล" อาจารย์ "กลุ่มนิติราษฎร์" จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว “พรรคอนาคตใหม่" ของเขาวานนี้ โดยชูประเด็นคนรุ่นใหม่...อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง มุ่งมั่นเชิดชูและเทิดทูนคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความเสมอภาคในความเป็นมนุษย์ ฯลฯ (และอีกหลายถ้อยความที่ล้วนยูโทเปีย-ผู้เขียน)
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า "พรรคของไพร่หมื่นล้าน" นั้น เอาเข้าจริงมุ่งหวัง "สร้างการเมืองใหม่-อนาคตใหม่" ตามกล่าวอ้างหรือไม่ เพราะผู้ร่วมก่อตั้งบางคนก็เคยเคลื่อนไหวหมิ่นเหม่ในประเด็นสถาบันฯ เบื้องสูงมาก่อน ขณะอีกหลายคนเด็กเกินกว่าจะเข้าใจการเมืองไทยที่สลับซับซ้อนเเป็นอย่างมาก...และนั่นย่อมหมายถึงพวกเขาอาจจะถูกการเมืองอันอำมหิตมานานนับทศวรรษของไทย....ลากจูงไปเป็นเหยื่อ และหลอกใช้งานได้อย่างไม่รู้ตัว
ต่อกรณีนี้ ล่าสุด "อ.สุวินัย ภรณวลัย" นักวิชาการชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุทำนอง พรรคนี้ไม่ใช่พรรคของมหาชน ไม่มีประวัติศาสตร์แห่งการก่อเกิดที่น่าจดจำ และกว่าครึ่งของผู้ก่อตั้งแค่เรียกร้อง "พื้นที่" แห่งความชอบธรรมทางความคิดและทางการเมืองที่ไปกันได้กับตัวตนที่หลากหลายของพวกเขาและพวกเธอเท่านั้นเอง
โดยรายละเอียดทั้งหมดที่ "อ.สุวินัย" ระบุไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว คือ
พรรคอนาคตใหม่ : What is to be done ? / สุวินัย ภรณวลัย
1) พรรคอนาคตใหม่ต้องเร่งรีบร่าง "ยุทธศาสตร์เพื่อสถาปนา Hegemony (ความเป็นใหญ่ทางอุดมการณ์)ของพรรค" ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวออกมาโดยเร็วที่สุด และใช้ยุทธศาสตร์นี้เป็นจิตวิญญาณของพรรค เป็นหัวใจของพรรค เพื่อข้ามพ้นวาระที่ซ่อนเร้นหรือเปิดเผยของแต่ละปัจเจก หรือของแต่ละตัวตนอันหลากหลายที่แห่เข้ามาในพรรค
2) ยุทธศาสตร์ของพรรค มิใช่สิ่งใดอื่น แต่คือการรับรู้ถึงสาเหตุแห่งวิกฤตหลักๆที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ รวมทั้งวิชั่นในการแก้ไขวิกฤตรวมทั้งการสร้างอนาคตใหม่อย่างรอบด้านในทุกๆมิติ
3) เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่นี้เป็น "พรรคเด็ก" เราจึงไม่แน่ใจจริงๆว่า ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนี้มีความซีเรียสและความตระหนักอย่างถ่องแท้ใน วิกฤตสุขภาพและวิกฤตสังคมคนสูงวัยที่เป็นเรื่องใหญ่มากในประเทศนี้หรือไม่
4) เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่นี้เป็นพรรค "ไม่ชอบทหาร" เราจึงไม่แน่ใจจริงๆว่า ผู้ร่วมก่อตั้งมีความซีเรียสและความตระหนักอย่างถ่องแท้ในปัญหาความมั่นคงและปัญหาการเมืองระหว่างประเทศเพื่อช่วงชิงความเป็นจ้าวโลกที่กำลังแหลมคมอยู่ตอนนี้หรือไม่
5) เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่นี้ มิได้มีเจตจำนงค์เป็น "พรรคกรีน"(พรรคเพื่อสิ่งแวดล้อม) ซึ่งน่าเสียดายยิ่ง เราจึงไม่แน่ใจจริงๆว่า ผู้ร่วมก่อตั้งมีความซีเรียสและความตระหนักอย่างถ่องแท้ในปัญหาสิ่งแวดล้อมถึงขนาดยอมทุ่มเทชีวิตจิตใจให้หรือไม่
6) เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่นี้ ขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ และมิใช่พรรคที่มีจุดแข็ง-จุดขายทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งๆที่เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของมหาชนและของประเทศ เราจึงไม่แน่ใจจริงๆว่า พรรคนี้จะสามารถแบกรับภารกิจอันหนักหน่วงในการคุม-บริหารเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่
7) เรื่อง"ปฏิรูปตำรวจ" ก็เป็นเรื่องใหญ่ในการสร้างความเป็นธรรมในสังคมนี้ บางทีการชูแนวทางปฏิรูปตำรวจเป็นจุดขายของพรรค น่าจะทำให้พรรคนี้ได้ใจมหาชนในวงกว้างก็เป็นได้ สรุปสั้นๆ วิกฤตสุขภาพ วิกฤตสังคมคนสูงวัย นโยบายความมั่นคง-การเมืองระหว่างประเทศ การสร้างอัตลักษณ์แห่งพรรคกรีน การเสาะหามือเศรษฐกิจและกุนซือทางเศรษฐกิจของพรรค และการชูนโยบายปฏิรูปตำรวจ ... คือสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ต้องรีบเสริมความเข้มแข็ง ขจัดจุดอ่อนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ อ.สุวินัย ยังขยายความเรื่องนี้อีกครั้ง ในโพสต์ที่ต่อเนื่องกัน และโพสต์นี้นับว่าชำแหละ "พรรคอนาคตใหม่ของไพร่หมื่นล้าน" ที่เปิดตัวแรงว่า...เป็นการเมืองของคนรุ่นใหม่...เสียจนล่อนจ้อน
พรรคอนาคตใหม่ปริทัศน์ / สุวินัย ภรณวลัย
1) ณ ตอนนี้ พรรคนี้ยังไม่ใช่พรรคของมหาชน(Mass Party) และมิได้มีประวัติศาสตร์แห่งการก่อเกิดอย่างมีความทรงจำทางประวัติศาสตร์แบบรวมหมู่และฝังลึกที่ก่อตัวขึ้นมาการร่วมเคลื่อนไหวในขบในการเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
2) พรรคอนาคตใหม่ (เดิมทีคิดจะตั้งชื่อว่า พรรคพลเมืองใหม่)ของธนาธร-ปิยบุตรมีลักณะเป็น "พรรคทางเลือก" มากกว่าพรรคของมหาชน ในบรรดา 25 คนผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคพลเมืองใหม่นี้ มีผู้หญิงถึง 8 คน อายุเฉลี่ยของผู้ก่อตั้งคือ 31 ปี โดยมีคนที่อายุเกิน 40 ปีแค่ 2 คนเท่านั้น ธนาธรผู้มีอายุ 39 ปีเป็นผู้นำพรรคที่มีสถานภาพคล้ายกับ "พี่ใหญ่" ของพรรคพลเมืองใหม่นี้
ถ้าดูจากความคิด-ความสนใจ-ข้อเรียกร้องของผู้ก่อตั้งทั้ง 25 คนนี้ แนวคิดแนวนโยบายน่าจะออกไปในทาง "พหุนิยม (Pluralism)"ในเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นหลัก ในบางแง่ พรรคพลเมืองใหม่นี้ มีลักษณะ "พรรคของคนชายขอบ"ด้วยซ้ำ
น่าจับตาว่า พลวัตทางความคิดของพรรคพลเมืองใหม่นี้ จะวิวัฒน์ตัวเองไปในทิศทางใดหลังจากนี้ โดยส่วนตัวผมมองว่า วิชั่นและแนวคิดของผู้ก่อตั้งพรรคพลเมืองใหม่ส่วนใหญ่ยังไม่ครอบคลุมพอ ไม่องค์รวมพอ และไม่บูรณาการพอที่จะแบกรับภารกิจใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของสังคมนี้ กว่าครึ่งของผู้ก่อตั้งพรรคแค่เรียกร้อง "พื้นที่" แห่งความชอบธรรมทางความคิดและทางการเมืองที่ไปกันได้กับตัวตนที่หลากหลายของพวกเขาและพวกเธอเท่านั้นเอง
3) พรรคอนาคตใหม่นี้จึงยังไม่อาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นพรรคที่เกิดจากการเรียกร้องของมวลมหาประชาชนอย่างแท้จริง และมิได้เป็นพรรคที่เกิดจากขบวนการภาคประชาชนที่ได้ผ่านการหล่อหลอมจากการเคลื่อนไหวต่อสู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
4) อย่างไรก็ดี พรรคอนาคตใหม่นี้พอเรียกได้ว่า เป็นการรวมตัวกันของเหล่าปัญญาชนออแกนิก (organic intellectual) ที่ส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายองค์กรภาคเอกชนที่มีวาระเคลื่อนไหวของตัวเองอย่างค่อนข้างชัดเจน พวกเขาและพวกเธอรวมตัวกันเพื่อผลักดันสังคมไทยและการเมืองไทยให้มีวิวัฒนาการยิ่งขึ้น รุดหน้ายิ่งขึ้น เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น อย่างเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น อย่างมีความเสมอภาคมากยิ่งขึ้น และอย่างมีสิทธิเสรีภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
5) ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่มียุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อสถาปนาความเป็นใหญ่เชิงอุดมการณ์ (Hegemony) อย่างไร และจะได้รับการสนับสนุนจากมหาชนผ่านการเลือกตั้งมากขนาดไหน แต่คำตอบน่าจะไม่นานเกินรอ
ขอบคุณพิเศษข้อเขียน : "อ.สุวินัย ภรณวลัย"
