ลากไส้"แก๊งละอ่อน"อ้างโหยหาปชต.แท้จริงจงใจสุมไฟ-เป็นแค่เบี้ยตัวสุดท้ายของนายใหญ่ หลังแดงฮาร์ดคอร์โผล่ร่วมม็อบ-เป็นการ์ดให้แกนนำ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 

ลากไส้"แก๊งละอ่อน"อ้างโหยหาปชต.แท้จริงจงใจสุมไฟ-เป็นแค่เบี้ยตัวสุดท้ายของนายใหญ่ หลังแดงฮาร์ดคอร์โผล่ร่วมม็อบ-เป็นการ์ดให้แกนนำ


แม้จะจบลงไปแบบหวิดปะทะกัน ทำให้บรรดากองเชียร์พ่อยกแม่ยกได้ส่งเสียงครางเป็นระยะ ๆ สำหรับม็อบของ "กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย" หรือที่เรียกว่า "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ที่เคลื่อนพลจากบริเวณสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แล้วไปยังกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่ต้องพิจารณากันต่อก็คือ เหตุใด "แก๊งละอ่อน" เหล่านี้จึงยังคิดว่าคนไทยโง่...รู้ไม่ทันพวกเขา...ทั้งที่ตนเองนั้นก็หน้าช้ำจนไม่เหลือค่าทางการเมืองอีกแล้ว แต่ยังตะแบงเดินหน้าป่วนไม่เลิก โดยอาศัยมวลชนหน้าเดิม ๆ และข้ออ้างเดิม ๆ จัดม็อบประจำสัปดาห์ โดยล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงกับสั่งเคลื่อนม็อบจากสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังกองบัญชาการกองทัพบกอย่างที่กล่าว

และต่อให้ไม่ใช่คนหลักแหลมยังมองออกได้ทันทีว่า เรื่องไม่อาจตีความเป็นอื่นว่า พวกเขาไม่หวังผลให้เกิดการยื้อยุดฉุดกระชาก และอาจนำไปสู่ความรุนแรงจากภาครัฐ เมื่อเข้าห้ามปรามหรือดูแลรักษาความเรียบร้อยขณะม็อบเคลื่อน ซึ่งนั่นย่อมส่งผลให้รัฐบาล คสช. เป็นผู้ร้ายในสายตาของสังคมทันที...และย่อมเกิด "วาทะกรรม" ที่รุมประณาม คสช. ตามมาแน่

 

เพราะการเคลื่อนม็อบโดยตัวมันเอง ถือว่าเป็นยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการกดดัน-เผชิญหน้าฝั่งเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว...บวกกับ "ตัวม็อบ" ที่แทบไร้พลังบริสุทธิ์จากการที่ตัวเด็ก ๆ กลุ่มนี้ยอมเป็นเครื่องมือให้ระบอบทักษิณ...นั่นยิ่งไม่อาจตีความไปเป็นอื่นว่า...พวกเขาไม่อยากได้ภาพความรุนแรงไปเล่นงาน คสช.

ดีที่ทางฝ่าย คสช. รู้ทัน เลยตั้งรับสถานการณ์อย่างรอบคอบ และผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้จะทุลักทุเลบางก็ตาม  ดังที่ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ในฐานะทีมโฆษก คสช.ได้ออกมาเปิดเผยหลังการชุมนุมผ่านพ้นไปว่า กิจกรรมการเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวเป็นบททดสอบงานความมั่นคง ที่ต้องดูแลรักษาความสงบไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกัน เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเหมาะสมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการบังคับใช้กฎหมายปกติเหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ได้มีการละเมิดสิทธิ์ใคร

"มีการประสานงานกับกลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นระยะแม้จะไม่ได้ความร่วมมือก็ตามแต่เจ้าหน้าที่ก็ใช้ความอดทนไม่มีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้นในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา และขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐาน พยาน ว่ากลุ่มเคลื่อนไหวเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่หรือเข้าข่ายความผิดกรณีใดบ้าง" ทีมโฆษก คสช. ระบุ

ขณะที่ในส่วนของม็อบละอ่อนนั้น กลับไปประกาศกร้าวหน้า บก.ทบ.ว่า กองทัพต้องหยุดสนับสนุน คสช. และให้เลือกข้างอยู่ฝั่งประชาชน ทั้งยังระบุด้วยว่า ทางกลุ่มมีแนวคิดที่จะนำขบวนเคลื่อนไหวไปยังกองทัพอื่นๆ เพื่อกดดัน คสช.ให้ลาออกจากตำแหน่งทั้งหมด


แถมยังจงใจลากกองทัพมาเป็นคู่ขัดแย้งกับตนอย่างเปิดเผยว่า "หากวันนี้กองทัพไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของประชาชน ในวันข้างหน้าอาจมีเสียงขับไล่ คสช. และกองทัพ พร้อมเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหวขับไล่ คสช. และ สนช. ในเดือน พ.ค. นี้"

นั่นคือคำพูดของ "นายสรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์" หรือ “จ่านิว” หนึ่งในแกนนำแก๊งนี้ ที่หลายฝ่ายมองว่า เขาจงใจตีรวนเพื่อสุมสถานการณ์โดยตรง เพราะข้อเรียกร้องให้กองทัพเลิกสนับสนุน คสช. แล้วกลับเข้ากรมกอง และยืนเคียงข้างประชาชนนั้น...เป็นข้อเรียกร้องที่เลื่อนลอย และจงใจหาเรื่องกันชัด ๆ เพราะคำถามก็คือ...ใครคือประชาชนที่พวกเขากล่าวอ้าง...มวลชน 200 - 300 คนที่พวกเขาพาไปบุกที่ บก.ทบ.วันนั้นหรือ...หรือคือมวลชนสายลิเบอร่าน....ที่แฝงตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อันเป็นแนวร่วมของพวกเขา...และเป็นปีกหนึ่งปีกใดของ "ระบอบทักษิณ" ที่พวกเขาเองก็ร่วมสังกัดอยู่ด้วย

โดยผู้รู้บางคนถึงกับฟันธงว่า การเคลื่อนไหวของแก๊งละอ่อนนั้น อาจได้รับการสนับสนุน กระทั่งอาจได้ท่อน้ำเลี้ยงจากพรรคนายใหญ่อย่างมิพักต้องสงสัย เพราะหากปะติดปะต่อเรื่องนี้เข้าด้วยกัน จะเห็นภาพว่าแท้แล้ว พวกเขาเป็นขบวนการเดียวกัน หรือไม่อย่างน้อยก็เกือบ ๆ จะเป็นขบวนการเดียวกัน อาจต่างกันในข้อเรียกร้องที่ปลีกย่อยบางประเด็นเท่านั้น
ซึ่งทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มุ่งล้มอำนาจรัฐ คสช. ภายใต้ยุทธวิธีแยกกันเดินรวมกันตี ดังที่ทุกคนทราบกันดี

เหนืออื่นใดก็คือ การปรากฏตัวของ "นายสมบัติ ทองย้อย"  เสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ที่นิยมความรุนแรง โผล่ร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขาอยู่ติดกับแกนนำ ไม่ว่าจะเป็นนายรังสิมันต์ โรม หรือจ่านิว ราวกับเป็นการ์ดให้ ขณะอยู่บนหลังรถกระบะในการเคลื่อนย้ายม็อบ...นั่นก็ชัดจนไม่ต้องสาธยายใด ๆ ให้เปลืองน้ำลายอีก

และเท่ากับเป็นการเปลื้องเปลือยความจริงอีกครั้งว่า แท้แล้ว "แก๊งละอ่อน" ไม่ได้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ไหน เขาจงใจสุมไฟทางการเมือง และจะว่าไปแล้วก็เป็นแค่เบี้ยตัวสุดท้ายนายใหญ่ หลังคนไทยเหม็นเบื่อ "คนเสื้อแดง และพรรคการเมืองใหญ่ของเขา" จนคน 2 กลุ่มนี้ไม่อาจขยับไปทางไหนได้เท่านั้น

 

อ่าน แดงแจ๋เลยจ้างานนี้!!! “สมบัติ ทองย้อย” นปช.สายฮาร์ดคอร์ ผสมโรง "แก๊งอยากเลือกตั้ง" ขึ้นกระบะใกล้ชิดแกนนำ..เหมือนเคยเป๊ะ !!??