มีอิทธิพล หรือเปล่าไม่รู้? แต่ มีตำรวจ มายืนถ่ายคลิป คุมเชิงสู้ทหาร บิ๊กโรงแรม ป่าตองภูเก็ต แชร์คลิป โชว์ ตนเอง กล้าต่อกรทหาร

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

แม่ทัพภาค4 เผยคลิป ที่ทหารถ่ายไว้ เห็นจะๆ มีตำรวจ2. นาย มาดุแล แถมถ่ายคลิป สู้กับทหาร นี่แหล่ะ เหตุผลหนึ่ง ที่ทหารต้องพกปืนสั้น มาด้วย เผยเสนอต้นสังกัด ตรวจสอบพฤติกรรม 2 ตำรวจ เดินตาม บิ๊กโรงแรม  พร้อมเสนอ ย้ายพ้นภูเก็ต ชี้ทหารหาข่าวตรวจสอบข้อมูลเกือบเดือน เรื่องบิ๊กโรงแรม ก่อนที่จะมาพบ

พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค4 กล่าวถึง คลิป ทหาร 3 นาย กำลังพูดคุยกับ ผู้บริหารโรงแรม และถูกแชร์ ในโซเชี่ยลฯ ว่า ทหาร ใช้อำนาจ ไปรีดไถ และปรักปรำ ผู้บริหารโรงแรม ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล นั้นว่า  การที่ทหาร ต้องไปพบ เจ้าของโรงแรม ป่าตองฯ นั้น เพราะ ได้รับเรื่องร้องเรียน ผ่านศูนย์ดำรงธรรม และได้ส่งเรื่องมายัง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ของ พล.ร.5  จึงได้ส่งทหารไป ตรวจสอบ และพูดคุย เพื่อให้ ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง
 

 

โดยก่อนหน้านี้ทหารได้ไปหาข่าวและตรวจสอบข้อมูลก่อนเกือบเดือนจึงจะเดินทางไปพบที่โรงแรม โดยทหารต้องแต่งเครื่องแบบ และพกปืนสั้นไปด้วย เพราะผู้ถูกร้องเรียนเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล และมีตำรวจมาเดินติดตามดูแล 2 นาย

ทั้งนี้ พลโทปิยวัฒน์ ฝเผยว่า ในคลิปที่ทางฝ่ายทหารถ่ายไว้ตั้งแต่ต้นก็เห็นชัดเจนว่ามี2 ตำรวจมาดูแล มาเดินตาม และทำหน้าที่ถ่ายคลิปสู้กับฝ่ายทหารด้วย แปลกใจว่าทำไม ไม่ไปทำงานมาเดินตาม ผู้บริหารโรงแรม


แม่ทัพภาค4 เผยว่า  ศูนย์ดำรงธรรม ได้รับเรื่องเรียนจาก อดีตพนักงานโรงแรม ที่ขาดงานช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ และถูกไล่ออก อย่างไม่เป็นธรรม จึงไปร้องศูนย์ดำรงธรรม 

โดย ศูนย์ดำรงธรรม ได้แจ้งว่าในระเบียบของโรงแรม ต้องให้กรรมการ อย่างน้อย 2 คนลงชื่อ จึงไล่ออกไ้ด้ ดังนั้นจึงสามารถทำงานต่อได้ แต่เมื่อ พนักงานคนดังกล่าว เข้าไปทำงาน ได้

แต่ถูก ผู้บริหารโรงแรม ข่มขู่และใช้อิทธิพล และใช้ตำรวจ บีบให้ออกจากงาน 

พนักงานโรงแรมคนนี้  จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนมายัง บก.ควบคุม พล.ร.5 และ บก.ควบคุม พล.ร.5 ได้สั่งการให้ ชป.รส.ร.25 เข้าดำเนินการตรวจสอบและรายงาน 

ต่อมา ในวันที่ 27 มี.ค. 2561 ทหารชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กรมทหารราบที่25( ชป.รส.ร.25)นำโดย ร.ต.วัฒนชัย คล่องประดิษฐ์ หน.ชุดฯ ได้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้พบกับ ผู้บริหารโรงแรม คนดังกล่าว  และได้แสดงตัวและแจ้งให้ทราบว่าเป็น จนท.มาตรวจสอบตามเรื่องร้องเรียน 

ซึ่งผู้บริหารโรงแรม คนดังกล่าว  ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และรับทราบเรื่องดังกล่าวและได้เชิญ ชป.รส.เข้าไป นั่ง ในโรงแรม ตามภาพที่ปรากฎในวีดีโอ

ต่อมาได้มี หัวหน้า รปภ.เข้ามาพูดคุยด้วย เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น  พ.ท.สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม  จึงได้เข้าไปที่โรงแรม และได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการมาตรวจสอบครั้งนี้

และได้แจ้งกับผู้บริหารโรงแรม คนดังกล่าว และ จนท.ตร. 2 นาย ว่า ชป.รส.ร.25 จะขอสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกร้องเรียน จึงให้ทั้ง3 คนมาให้ข้อมูลด้วย 

แต่ผู้บริหารโรงแรม คนดังกล่าว ได้แจ้งว่าตนเองไม่ว่าง ขอเข้ามาพบในวันที่ 2 เม.ย. 61 และจะนำเอกสารต่างมายืนยันว่า ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนไม่เป็นความจริง ซึ่งได้นั่งพูดคุยกันอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

แต่ ได้มีการตัด เอาภาพเฉพาะ ตอนที่ ผู้บริหารโรงแรม คนดังกล่าว  พูดแสดงความไม่พอใจ ในช่วงแรก มาเผยแพร่ในโซเชี่ยลฯ พร้อมข้อความที่ทำให้ ฝ่ายทหาร เสียหาย ทั้งๆที่ตลอดการพูดคุย หลังจากนั้น เป็นไปด้วยดี จึงทำให้สงสัยในเจตนาของ บุคคลดังกล่าว

"ผมจึงให้ นายทหารพระธรรมนูญ เตรียมการฟ้องร้อง ทางผู้บริหารโรงแรม และบุคคลที่เผยแพร่คลิปนี้ ทั้งๆที่ ทหาร ทำตามระเบียบถูกต้อง แต่งเครื่องแบบ และแสดงตัว พร้อมแจ้งข้อหา เรื่องร้องเรียน แต่กลับมากล่าวหาว่า ทหารไปรีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ ทำให้ ฝ่ายทหาร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ เสียหาย" พลโท ปิยวัฒน์ กล่าว
 

 

ส่วนการที่ ทหารต้องพกอาวุธปืนสั้น นั่น แม่ทัพภาค4 กล่าวว่า  เป็นอาวุธปืนพกสั้น ที่เป็นอาวุธประจำกาย ไม่ได้พกอาวุธสงคราม อีกทั้ง เพราะเป็นการไปทำหน้าที่ กับผู้ที่ถูกร้องเรียนว่า เป็น ผู้มีอิทธิพล  เพราะ บริหารโรงแรม มี ตำรวจ2 คน ติดตามดูแล ตลอดเวลา และจากการตรวจสอบ ข้อมูล ในเบื้องต้น. ทหารจึงต้องระวังตัวเอง

" ผมกำลังทำเรื่อง ให้ต้นสังกัด ตำรวจ 2 นาย นี้ ที่ มาติดตามดูแล ผู้บริหารโรงแนใ พืจารณาโยกย้าย เพราะ ตำรวจควรไปทำหน้าที่ของตำรวจ ไม่ควรมาเดินตาม ผู้บริหารโรงแรม" พลโท ปิยวัฒน์ กล่าว

พลโทปิยวัฒน์ กล่าวว่า. จากคลิป วิดีโอ ที่ปรากฏ ในโซเชี่ยลฯ รวมทั้ง ที่ จนท.ทหาร ถ่ายมาเป็นหลักฐาน ตลอดเวลาการเข้าปฏิบัติหน้าที่ จะเห็นว่า ฝ่ายทหาร นิ่ง สุขุม ทำตามระเบียบ ในการแต่งเครื่องแบบ แสดงตน ชัดเจน และแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ชี้แจง จะเห็นได้ว่าผู้บริหารโรงแรมมีพฤติกรรมและคำพูดอย่างไรต่อทหารที่ปฎิบัติตามหน้าที่