พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้นแบบสำคัญที่ปลุกกระแสความจงรักภักดี  ปกป้องสถาบันฯ..ทหารเสือราชินีฯ"นายกของพระราชา"!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ในรายการ"ศาสตร์พระราชาณ" คืนวันศุกร์ 30 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้าคสช. ได้กล่าวถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคต สิ่งที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้ นั้นก็คือการเมืองและประชาธิปไตย โดยช่วงหนึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ให้ประชาชนฉุกคิด และจับตา ติดตามพฤติกรรมพรรคการเมือง โดยระบุว่า..

 

 

“ทำไมจึงมีการรังเกียจ การเป็น “นักการเมือง” อยู่พอสมควรทั้งในอดีตและในปัจจุบัน เพราะในเมื่อเราเลือกระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมาแล้ว ทำไมไม่มีใครอยากเข้ามาทำงานการเมือง นอกจากคนเดิม ๆ กลุ่มเดิม ๆ เราก็ไม่สามารถจะได้อะไรใหม่ ๆ ดีขึ้น หรืออาจจะดีขึ้นไม่มากนัก ผมไม่ได้ไปดูถูกใคร ส่วนพรรคการเมืองใหม่นั้นก็คงต้องพิจารณากันว่า น่าจะต้องมีความคิดไม่ล้มล้างจารีตประเพณีไทยและวัฒนธรรมไทยที่มีมายาวนานด้วย ก็ขอให้ติดตามพฤติกรรมด้วย”

 

อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เน้นย้ำถึงการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตจากเดิมที่เคยบอกเพียงแค่ว่า จะต้องได้รัฐบาล ที่ดีมีธรรมาภิบาลเท่านั้น มาถึงวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้เน้นย้ำเพิ่มเติม คำว่า “จงรักภักดีต่อสถาบัน ”

 

ผมพยายามไม่ไปก้าวล่วงใครอยู่แล้ว เพราะว่าเรามุ่งหวังไปสู่การเลือกตั้งที่สงบสันติ ถ้าสันติไม่ได้ สงบไม่ได้ เลือกตั้งจะได้หรือไม่ เลือกตั้งแล้วจะอยู่กันได้หรือไม่ ไปคิดตรงนั้น “เราต้องการได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสถาบัน ทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนสืบไป”

ที่หยิบยกคำพูดของพล.อ.ประยุทธ์มาขยายต่อนั้น เจตนาไม่ได้ต้องการนำเสนอในแง่มุมทางการเมือง หากแต่เป็นชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ผู้นี้ แท้ที่จริง คือ ตัวแทนแห่งความจงรักภักดี ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า คุณลักษณะดังกล่าวปรากฏอยู่ในตัวผู้นำสูงสุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้นแบบสำคัญที่ปลุกกระแสความจงรักภักดี  ปกป้องสถาบันฯ..ทหารเสือราชินีฯ"นายกของพระราชา"!!

หนึ่งในหลายร้อยเรื่องที่สามารถยืนยัน และเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดนั้นก็คือ แหวนที่พล.อ.ประยุทธ์สวมใส่แทบทุกวันก็คือแหวน "พระราชินีฯ" หรือแหวน 2 พระองค์ เป็นแหวนสมเด็จฯที่ได้รับพระราชทานขณะติดตามเสด็จฯในฐานะทหารเสือราชินี   ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ได้ใส่ติดตัว ไปรวมประชุม Asean-Australia Special Summit2018 ที่Sydney เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านนี้เอง เป็นที่ประจักษ์ทุกสายตาชาวโลก

 

ตลอดชีวิตของการรับราชการของพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ทหารเสือราชินี ที่เป็นทั้งครูฝึกทหารเสือ และเติบโต จนเป็น ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารบกที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 พัน 2 รอ.) เมิ่อปี 2533 และจนเป็น ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.) ในปี2541 นั้น พลเอกประยุทธ์ ได้ทำหน้าที่ ทหารเสือราชินี ติดตามถวายงาน ถวายอารักขา  สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาตลอด

ไม่ว่า ทั้ง2 พระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินไปที่แห่งใด ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และเยี่ยมเยียนราษฎร ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะในถิ่นธุรกันดาร หริอยากลำบากแค่ไหน

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้นแบบสำคัญที่ปลุกกระแสความจงรักภักดี  ปกป้องสถาบันฯ..ทหารเสือราชินีฯ"นายกของพระราชา"!!

จึงไม่แปลกที่ พลเอกประยุทธ์ จะเป็นนายทหาร ที่ได้ซึมซับ คำสอน พระราชดำรัส ของทั้ง2 พระองค์ มาตลอดทั้งชีวิต และได้น้อมนำ แนวทางพระราชดำริของพระองค์ มาใช้ในการทำงาน ตั้งแต่เป็นทหาร จนมาวันนี้ เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้น้อมนำ ศาสตร์พระราชามาใช้ในการบริหารประเทศ

ที่ผ่านมา  จึงได้เห็นบทบาท ของ พลเอกประยุทธ์ ตั้งแต่เป็น ผบทบ. ที่ออกมา ขู่คำราม และจัดการ พวกหมิ่นสถาบัน แบบเด็ดขาด จนที่สุด  ก็นำมาซึ่งการรัฐประหาร 19 กย.2549 ตอนที่ บิ๊กตู่ เป็น รองแม่ทัพภาค1 เป็นน้องรักมือขวา ของ บิ๊กป๊อก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาค1 ที่คุมขุมกำลังในเวลานั้น และจนมาถึง 22พค.2557 ที่เป็น การรัฐประหารภาคสอง เพื่อแก้ปัญหา"เสียของ" ที่ พลเอกประยุทธ์ เป็น หัวหน้าคณะ ด้วยตนเอง เพื่อแก้ปัญหาประเทศ และ ปกป้องสถาบัน
 

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ไม่ว่าในสถานะใด ประชาชน นายทหาร หรือนายกรัฐมนตรีก็ตามแต่ จะมีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติเป็นอย่างสูง จะเห็นได้จากการออกมาตอบโต้บุคคลผู้แสดงออกในลักษณะพาดพิงสถาบันอย่างรุนแรงและเด็ดขาดในหลายๆครั้ง  แต่นั่นก็คือภาพต้นแบบสำคัญที่ปลุกกระแสความจงรักภักดี ไม่เฉพาะแค่ในหมู่ทหาร หากแต่ยังขยายวงกว้างออกไปยังประชาชนทั่วไป ซึ่งล้วนแต่มีความรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับแรงกระตุ้นและหนุนนำจากการแสดงออกของผู้นำประเทศ จึงกลายเป็นหนึ่งในพลังเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการมุ่งโจมตีของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ดังที่เห็นปรากฏอยู่ในทุกวันนี้