- 08 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ในสถานการณ์การเมืองที่กำลังเข้มข้นอยู่ตอนนี้ บุคคลที่จะต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นก็คือ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หรือ ลุงกำนัน อดีตเลขาธิการ กปปส. ก่อนหน้านี้เคยประกาศวางมือทางการเมือง แล้วหันไปทำงานด้านสังคมและการศึกษาแทน โดยจะไม่กลับไปเป็นนักการเมือง และจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ต้องการมีตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ แม้กระทั่งกรรมการบริหารพรรคการเมือง
แน่อนว่าการขยับตัวอีกครั้งของนายสุเทพ เป็นอีกหนึ่งบทบาทของการเคลือนไหว ในทำงานการเมืองภาคประชาชน ภาคพลเมือง เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของประชาชนในการขับเคลื่อนให้มีการปฏิรูปเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ แต่สำหรับจุดยืนที่เคยประกาศสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์มาถึงวันนี้เริ่มไม่แน่ชัด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 เม.ย.61 ที่หอประชุมขวัญข้าว วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี ได้จัดงานทอดผ้าป่ามหากุศล ระดมทุนการศึกษา และก่อสร้าง วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ นายสุเทพ กล่าว ประชาชนที่มาร่วมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาที่มีกว่า 1พันคน ว่า ต้องขอขอบคุณพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีต รองอธิบดีกรมตำรวจ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้เกียรติเป็นประธานทอดผ้าป่าฯ วิทยาลัยอาชีวศึกษาฯแห่งนี้เป็นวิทยาลัยที่พวกเราตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อจะให้เป็นต้นแบบที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับอาชีวศึกษา นักศึกษาที่มาเรียนแห่งนี้ มาจากทั่วประเทศ โดยการมาเรียนทั้ง 5 ปี จนจบการศึกษาในระดับ ประโยควิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)นักศึกษาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดทั้งสิ้น
นายสุเทพ กล่าวว่าในโอกาสข้างหน้าพวกท่านจะได้ยินตนออกมาพูดเรื่องการปฏิรูปประเทศมากขึ้นและอย่าสับสนเป็นอันขาด ช่วงนี้มีการตั้งพรรคการเมืองกันมากมายซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ประชาชนจะได้มีทางเลือกมากขึ้น สำหรับตนเองขอยืนยันว่าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรอีกแล้ว ตั้งแต่ออกมาเดินถนน เป็นกบฏร่วมกับพี่น้อง กำลังปลื้มอก ปลื้มใจ กับฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา และคดีแพ่ง อันเกิดจากการต่อสู้คราวนั้นจึงไม่ต้องการที่จะรับตำแหน่งอื่น เราที่เกิดมาเป็นคนไทยวันนี้ทุกคน ต่างก็มีภาระหน้าที่ ที่จะต้องทำให้กับประเทศไทย แม้ตนไม่ประสงค์ที่จะมีตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็มีหน้าที่เหมือนคนไทยทั้งหลายที่จะต้องเข้ามาดูแลงานการเมือง ให้กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นขอได้โปรดติดตามเรื่องนี้ต่อไปก็จะได้พบความเป็นจริง นวัตกรรมใหม่ๆ ทางการเมือง
"ผมยืนยันว่าแนวความคิดอุดมการณ์ขอมวลมหาประชาชนที่ทางการเมือง ที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น จะต้องมีประชาชน กระบวนการของประชาชน พรรคการเมืองของประชาชนทำหน้าที่นี้ สืบสานปณิธาน อุดมการณ์ ของกปปส.ต่อไป ไม่ใช่พรรคการเมืองของกปปส. แต่เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ที่จะผลักดันให้แนวความคิดของคนที่เคยเป็นกปปส.สำเร็จสมบูรณ์ให้ได้"
ที่น่าสนใจในงานบุญครั้งนี้ได้ปรากฏภาพ นายสกลธี ภัททิยกุล นายชุมพล จุลใส นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รวมไปถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ของกปปส. ที่ถูกจับตามองว่าอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปยังพรรคใหม่ หลังจากที่ได้เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่3 เม.ษ. ประกอบด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคชาติไทย ในกลุ่มของนายสุเทพ ได้เดินทางเข้าพบนายสมคิด ที่ห้องทำงาน ตึกบัญชาการ 1 ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีรายงานว่า การเข้าพบครั้งนี้นายสกลธีเป็นผู้นำทั้งสองคนมาหานายสมคิดเพื่อพูดคุยถึงอนาคตทางการเมือง เพราะทั้งสองคนถือเป็นบุคคลที่ยังไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด โดยนายณัฏฐพลได้ขาดจากความเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากไปบรรพชามา ส่วนนายชัยวุฒิตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคชาติไทยก็ยังไม่ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด
เป็นที่ทราบกันดีว่าทั้ง4 หนุ่มแหน่งกปปสนั้น มีความสนิทสนมกับนายสุเทพเป็นอย่างมาก จนผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เคยบอกว่า แกนนำทั้ง 4 คนนี้มีการพูดคุยกันมาตลอดด้านหลังเวทีชุมนุม ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกัน อยู่ในวัยทำงาน จึงทำให้ทำงานเข้าขากัน
“ลูกหมีเป็นคนน่ารัก ใจถึง รักพวกรักพ้อง พร้อมสู้ ณัฏฐพล เป็นคนเรียบง่าย สังคมดี ธุรกิจดี และภรรยาพร้อมลุยด้วยก็เลยเป็นแรงหนุน ส่วนสกลธีคนนี้เป็นลูกทหาร สู้อยู่แล้ว มีเสน่ห์ น่ารัก เข้มแข็ง และบี-พุทธิพงษ์ แม้จะดูไฮโซ เป็นคนสบายๆ แต่ลุยได้ทุกรูปแบบ”
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่าทุกคนที่ออกไปเป็นแกนนำใจสู้ทุกคน น้องๆ 4 คนนี้อยู่กับกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ มานาน และเป็นคนที่ชอบและศรัทธาในตัวกำนันอยู่แล้ว ดังนั้นการทำงานที่ออกมาจึงทุ่มเทเต็มกำลัง
หลังจากการเข้าพบไม่กี่วัน นายสมคิด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัยหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าเพราะเป็นคนดีและเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง แต่จะยังอุบเรื่องเทียบเชิญ “บิ๊กตู่” ขึ้นแท่นที่ปรึกษาพรรคหรือไม่ ขณะเดียวกันได้มีการผายมือทางการเมือง เคลื่อนไหวทาบทามอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองเพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่ ถือโอกาสเชิญชวน”คนรุ่นใหม่”ที่สนใจงานการเมือง หากเป็นผู้ที่รักหรือชอบคอ “บิ๊กตู่”แล้ว ก็ให้เข้ามาร่วมกัน!!
อย่างไรก็ตามจากการคาดการโครงสร้างพรรคที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง โดยในช่วงแรกจะให้นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค คาดว่าจะมีการเปิดตัวในเดือนมิถุนายนนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดเรื่องชื่อพรรคการเมืองใหม่นี้
เรื่องนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะ หาก"พรรคพลังประชารัฐ"นั่น มี"พลเอกประยุทธ์"เข้าไปมีบทบาทด้วยไม่ทางใดก็ทางหนึ่งโดยเปิดเผยอย่างน้อยที่สุดก็คือการยอมรับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคมวลมหาประชาชนฯ ซึ่งตั้งเข็มว่าจะหนุนพลเอกประยุทธ์ ก็จะหมดความหมายไปโดยทันที เพราะประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกพรรคอื่นให้มาหนุนพลเอกประยุทธ์แล้ว เลือกตรงไปที่"พรรคพลังประชารัฐ"ให้"พลเอกประยุทธ์"เป็นนายกฯไปเลยเสียดีกว่า!!!
ต้องจับตาไปที่"สุเทพ เทือกสุบรรณ"แม้จะชัดเจนแล้วว่าจะไม่ กระโดดเข้าสู่สนามการเมืองและรับตำแหน่งใดๆ แต่ภารกิจหนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯนั้นยังเป็นภารกิจหลักอยู่ ว่าจะเดินหน้าพรรคมวลหาประชาชนฯ ต่อไป หรือหันเป็นหนุนพรรคพลังประชารัฐ
