- 01 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่นักวิชาการ ออกมาวิจารณ์คนในรัฐบาลและคสช.ว่าเล่นการเมืองด้วยการดูดสส.จะเป็นการทำลายการปฎิรูปการเมือง และกลับสู่วงจรการเมืองแบบเก่า ว่า ตนเห็นนักวิชาการมาทักท้วง เพิ่มข้อสังเกตุและวิจารณ์กันเยอะแยะทั้งหนังสือพิมพ์ สื่อมีการเสนอข่าวกันโดยทั่วไป ตนก็ฟังและตนก็รู้ว่าเราทำอะไรอยู่ และที่ตนพูดว่ากรณีดูดสส.เป็นมานานแล้ว คงไม่ใช่ว่าตนยอมรับกติกานี้ และวันนี้ต้องไปพิจารณาดูว่าที่มีข่าวสารออกมานั้น เป็นการสมัครใจของนักการเมืองเองหรือไม่ ทุกครั้งเวลาเลือกตั้งทุกคนจะเห็นอยู่ว่าจะมีกรณีการย้ายพรรคตรงโน้นตรงนี้ อะไรต่างๆของ สส. ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบายพรรคของสส.ที่อยู่มาก่อน และเขาเห็นอนาคตเค้าหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของเค้า ตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวตรงนี้เลย และตนได้สอบถามไปยังพรรคการเมืองที่มีข่าวว่าสนับสนุนตน ตนสอบถามไปว่าทำอย่างที่มีข่าวหรือไม่ ไปเสนอผลประโยชน์กับอดีตสส.หรือไม่ เค้าก็บอกว่าไม่มีอะไร อยู่เฉยๆก็มีคนติดต่อมาขอพบ ขอหารือซึ่งเป็นธรรมดาของการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ และทุกอย่างยังไม่ได้ไปสู่ขั้นตอนอะไรสักอย่าง ยังไม่ชัดเจนหรอก และตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และสิ่งสำคัญที่สุด ตนไม่เห็นด้วยเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนเรื่องความคิดเห็นทางการเมืองก็เป็นเรื่องของเค้า ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว และตนไม่ต้องการให้มีการใช้เงินและเสนอผลประโยชนไว้ล่วงหน้า ตนไม่ต้องการให้มีโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการซื้อ การสัญญาให้ตำแหน่งโควต้ารัฐมนตรี ตนว่ามันไม่ค่อยถูก เป็นเรื่องของทุกคนที่จะมาทำงานร่วมกัน พัฒนาประเทศร่วมกันต้องไปหารือกันว่าจะทำอย่างไร ในการเป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน
ส่วนต่อข้อถามเกี่ยวกับการรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่จะเริ่มกลับมาชุมนุมในเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ4ปีการรัฐประหาร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลบอกอยู่แล้วว่าจะเลือกตั้งต้นปีหน้านี้แน่นอน แต่ยังจะเคลื่อนไหวอีก ก็ขอให้ไปดูกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวว่าเป็นคนเดิม หรือ คนใหม่ มีการสนับสนุนจากใคร สอดคล้องกับสิ่งที่นักการเมือง พรรคการเมืองออกมาพูดตรงไหน ก็กลุ่มนั้นแหละที่สนับสนุนออกมา
และนายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนใช้การเรียนรู้ในอดีตที่ผ่านมา เข้ามาช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหา และกฎหมายก็มีทุกตัว เมื่อบานปลายออกไปต้องบังคับใช้กฎหมาย และกลายเป็นรัฐบาลไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมก็ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ เพื่อจะได้ทำมาหากินได้ การท่องเที่ยวไปได้ ชุมนุมไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เพราะรัฐบาลนี้เอาทุกประเด็นมาทำอยู่แล้ว การเลือกตั้งเป็นกระบวนการประชาธิปไตย ต้องไปคิดดูว่าการเลือตั้งครั้งหน้าทำอย่างไรที่จะให้เป็นการเลือกตั้งที่มีธรรมาภิบาลนั่นต่างหาก สังคมไทยต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการเลือกตั้ง และหลักการที่จะเอาคนไปเป็นสส. มันต้องเปลี่ยนวิธีการหมด ตนบังคับใครได้ล่ะ ก็ขึ้นกับประชาชนทั้งระดับบน ระดับกลาง และรายได้น้อย ทั้งหมดต้องออกมาช่วยกันเลือกตั้ง เพื่อให้ได้นักการเมืองใหม่ขึ้นมาให้ได้ และมีนักการเมืองเดิมที่ดีๆให้ได้ ตนยังไม่ไปก้าวล่วงในเรื่องนี้เลย
“ขอเถอะบ้านเมืองกำลังไปได้ดี ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
และเราก็พูดไปแล้ว ประกาศไปแล้วว่าเราจะเลือกตั้งในต้นปี 62 ก็ไม่เห็นมีประเทศใดเค้าทักท้วง เค้าก็พอใจและขอให้เราเดินไปตามนั้น ไม่ต้องมาเป็นห่วงว่ารัฐบาลจะเลื่อนเลือกตั้ง ผมไม่เคยคิดจะเลื่อนเลย และมาหาว่าผมทำให้กฎหมายมายืดเยื้ออีก แหมผมจะไปทำอะไรขนาดนั้น”
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเป็นกังวลวันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลทำไว้ และวันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ตนไม่รู้ บางอย่างที่แก้ไขไปแล้วก็โอเค แต่จะกลับมาใหม่หรือไม่ก็ขึ้นกับรัฐบาลใหม่ อันที่2 สิ่งที่เริ่มไปแล้ว จะทำต่อเนื่องหรือไม่ วันนี้เราทำต่อเนื่องมา4ปี มันถึงสำเร็จในบางเรื่องซึ่งใช้เวลาถึง4ปี บางเรื่องใช้เวลาปีเดียว 2ปี 3ปี บางเรื่องต้องใช้เวลาเป็น10ปี 20 ปีด้วยซ้ำ มันจะได้รับการสานต่อหรือไม่จากฝ่ายค้านและรัฐบาลในสภา เป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะห่วงใยมากกว่า ขออย่ามาโจมตีในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
