คนไทยว่าไง...กับคำแก้ตัวเช่นนี้? "แดงวรชัย" ยังคิดคนไทยโง่ อ้าง ส.ส.โผล่พบ"นายใหญ่ เพราะรักผูกพัน ไม่ใช่พบแล้วจะครอบงำกันได้ง่ายๆ"

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

นับว่าไม่ผิดคาดสักนิดกับคำแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ ของ "นายวรชัย เหมะ" อดีต ส.ส เพื่อไทย และแกนนำแดงปากน้ำ หลังภาพข่าว อดีต ส.ส.กว่า 50 คนของพรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบ "นายทักษิณ ชินวัตร" และ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ผู้น้องสาว 2 อดีตนายกรัฐมนตรีผู้หลบหนีคีดที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกเผยแพร่ พร้อมคำโอ่อวดถึงการเดินทางดังกล่าวจากอดีต ส.ส. เพื่อไทยบางคน

 

และการตบเท้าเข้าพบนายใหญ่ในครั้งนี้ ว่ากันว่าถึงขั้นต้องจัดคิวเข้าหารือกันทีเดียว ท่ามกลางกระแสข่าวที่ลือสะพัดจากฟากฝั่งคนรู้ทันว่า...แท้แล้วคนพวกนี้แค่เดินทางเข้าไปรับใบสั่งทางการเมือง เหตุมาจากที่พรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ในสภาวะรอแร่ และไร้หัวเท่านั้น

โดยนายวรชัย ออกมาแก้ตัวทำนองว่า “ที่ ส.ส.พรรคตัวเองไปเยี่ยมนายใหญ่นั้น ไปเพราะรัก และผูกพัน แล้วเมื่อพบกันแล้ว ไม่ใช่ว่าจะครอบงำกันได้ง่าย ๆ"

 

"ทุกคนไปด้วยความรักและผูกพัน ไม่ใช่พบแล้วจะครอบงำกันได้ แต่ไปพบปะเยี่ยมเยียน อยากบอกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ว่า การห้ามคนรักกันไปพบเจอกันนั้นเป็นบาป และเป็นการละเมิดสิทธิ์ พล.อ.ประยุทธ์พยายามเชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นคนละเรื่อง หากพล.อ.ประยุทธ์รักใครชอบใคร มีคนบอกว่าห้ามไปพบกันทำได้หรือไม่ ดังนั้น อย่าจำกัดสิทธิเสรีภาพ ใช้อำนาจเกินขอบเขต...ฯลฯ" แกนนำแดง กล่าวอ้าง

ว่าไปแล้วคำแก้ตัวของ "วรชัย" เปรียบเสมือนอาการร้อนตัวก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาแทบจะจงใจตอบโต้ "นายกฯ ลุงตู่" แบบกลาย ๆ หลัง "ลุงตู่" ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ในวันไปเยือน จ.บุรีรัมย์ว่า "ขอให้ทุกคนรักกันเพราะบ้านเมืองจะอยู่ได้เพราะคนไทยทั้งประเทศ คนอยู่ต่างประเทศปล่อยเขาไป และรัฐบาลนี้ไม่ได้ปิดกั้นใคร ยังใช้กฎหมายปกติในการดูแลและมีคำสั่งคสช. บ้านเมืองจึงสงบเรียบร้อย ถ้าไม่มีคำสั่งเหล่านี้จะทำอย่างไร หากประชาชนปฎิบัติตัวและทำให้ตนวางใจให้ได้ว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อยได้ จึงจะยกเลิกคำสั่งเหล่านี้ไป"

เหนืออื่นใดก็คือ การโผล่ไปพบนายใหญ่ของบรรดา ส.ส.เพื่อไทย สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ถูกยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองได้ หากมีผู้ร้องเรียน และพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง...นายใหญ่ครอบงำจริง ดังที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้หลังเป็นประเด็นว่า  ต้องดูว่าเข้าลักษณะการครอบงำ ชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เพราะตามกฎหมายพรรคการเมืองนั้นไม่ให้มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว  ตรงนี้ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อน หากพบว่าผิดจริงตามกฎหมายกำหนดโทษให้ต้องยุบพรรคและถูกตัดสิทธิทางการเมือง

...นั่นเอง...เป็นเหตุให้นายวรชัยร้อนตัวจนนั่งไม่ติด...เพราะคำแก้ต่างของเขานั้น...บอกชัดในตัวอยู่แล้วว่า...พยายามแก้เกี้ยวเรื่องนี้..."ทุกคนไปด้วยความรักและผูกพัน ไม่ใช่พบแล้วจะครอบงำกันได้"...ประโยคดังกล่าวไม่ต้องตีความก็แจ่มแจ้งว่า...เขาหวาดผวาในการถูกยุบพรรคจากปมการครอบงำจากนายใหญ่แค่ไหน...หากถูกพิสูจน์ได้ว่าผิดจริง เช่นกับที่ก็มีอดีต ส.ส.เพื่อไทยหลายคนออกมาปฎิเสธเป็นพัลวันว่า...นายใหญ่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับพรรคแล้ว...และแม้แต่ตัว "ทักษิณ" เองเคยเอ่ยปากในเรื่องนี้...ว่าเขาไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยแล้ว...ทั้งหลายทั้งปวงนั่นก็เพื่อ...ปลดชนวนการถูกยุบพรรคจากกรณีนี้แค่นั้นเอง

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เป็นการมองไปในทางร้ายจนเกินไปนัก จำเป็นอยู่เองที่ต้องหยิบคำพูดของ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ที่ระบุว่า "การพบปะกันตามปกติไม่ผิดกฎหมาย" มากล่าวในที่นี้ด้วย แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองก็ยืนยันว่า เรื่องนี้ก็มีความล่อแหลม และสุ่มเสี่ยงที่จะถูกกล่าวหาหรือร้องเรียนได้ง่าย จนนำไปสู่การยุบพรรคตามที่ได้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นอย่างยิ่ง

ทั้งหลายทั้งปวงนั่นยังไม่ต้องเอ่ยถึง...ความเหมาะสมในแง่มุมของจริยธรรมทางการเมือง...ที่พวกที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยอย่างนายวรชัย...ควรจะสำเหนียกไว้เป็นอย่างยิ่ง...เพราะต่อให้นายใหญ่มีฐานะเช่นไรในพรรคทางพฤตินัย แต่การมีชนักเป็น "นักโทษหนีคดี" ซึ่งเป็นคดีทุจริตไม่ใช่คดีการเมืองอยู่ด้วย...การเดินทางไปพบอย่างครึกโครม...นั่นเป็นเรื่องเหมาะควรหรือ

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องนี้...ก็อยู่ที่คนไทย และวิญญูชนทั้งหลาย...ที่จะมีมุมมอง และยอมเชื่อในลมปากที่แกนนำแดงปากน้ำรายนี้...แก้ตัวหรือไม่...เท่านั้นเอง

 

อ่าน มีที่ไหนในโลกเป็นเช่นนี้หรือ?! อดีต ส.ส.ตบเท้าพบ"นักโทษหนีคดี" แม้อ้างไม่เกี่ยวข้องการจับกุม-จะยังสำรอกเป็นฝ่าย ปชต.ได้หรือ?!