"เสียดายแก๊งกระสันลต.โตไม่ทัน"!เปิด3ข้อหาฉกรรจ์โกงบ้านเอื้ออาทร บ่วงกรรมที่"วัฒนา"ยื้อมา10 ปีเจ้าตัวลั่นไม่ผิด แต่นั่นก็ลอกคราบนักปชต.จนสิ้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 

"เสียดายแก๊งกระสันเลือกตั้งที่พยายามอ้างตัวว่า เป็นฝ่ายตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างมิชอบ และต่อต้านการทุจริตจากภาครัฐฯ คสช. โตไม่ทันคดีโกงบ้านเอื้ออาทร บ่วงกรรมที่ " "นายวัฒนา เมืองสุข" ส.ส.เพื่อไทย ยื้อมานับ 10 ปีจนคนไทยเกือบลืมคดีนี้ไปแล้ว แต่ต่อให้โตทันยังมีคำถามว่า...เอาเข้าจริง "แก๊งอยากเลือกตั้ง" ที่พยายามสร้างภาพว่าตนเองเป็นพลังบริสุทธิ์ และตรวจสอบการทุจริตนั้น...จะกล้าเล่นเรื่องนี้หรือไม่...เพราะตัวผู้ถูกกล่าวหาคือนายวัฒนา ล้วนเป็นพวกเดียวกับแก๊งละอ่อนเหล่านั้นแบบไม่อำพราง แถมเจ้าตัวยังเคยโผล่ไปที่ม็อบเสียด้วย ก่อนจะหลบฉากนักข่าวออกไปในภายหลัง

 

ในที่สุดคดีที่ถูกยื้อในชั้นไต่สวนสอบพยานมากว่า 10 ปี ก็เดินทางมาถึงฉากสุดท้ายเสียทีเมื่อนายวัฒนา ซึ่งถูก ป.ป.ช. ชี้มูลจากคดีนี้ ในฐานะอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 ได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรับทราบคำสั่งฟ้อง และนำตัวยื่นฟ้องคดีทุจริตต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้

ส่วนที่บอกว่าคดีนี้กินเวลาเนิ่นนานนั้น มีเหตุมาจากความเห็นต่างของ ป.ป.ช. กับอัยการ ที่มองว่า มีข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวน จึงต้องตั้งคณะทำงานร่วม 2 ฝ่ายขึ้นพิจารณาร่วมกัน โดยทาง ป.ป.ช.ทำสำนวนฟ้องนายวัฒนา แยกจากผู้กระทำผิดรายอื่น ขณะที่ฝ่ายอัยการเห็นว่าควรฟ้องรวมในสำนวนเดียว เพื่อความหนักแน่นในการพิจารณาชั่งน้ำหนักของศาล

 

ขณะที่ทางนายวัฒนาเอง ก็เล่นเกมยื้อเรื่องนี้อย่างสุดกำลัง...โดยเขายื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อ ป.ป.ช.เป็นระยะๆ ตลอดเวลาการไต่สวนรวบรวมหลักฐาน และเป็นเหตุให้ทาง ป.ป.ช. ต้องตีกลับสำนวนคดีนี้ไปให้คณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาใหม่อยู่หลายรอบ ทำให้ตัวคดีล่าช้าเป็นอย่างมาก เรื่องนี้ทอดเวลาเนิ่นนานนับทศวรรษจนทำให้คนไทยเกือบลืม แม้กระทั่ง ป.ป.ช. เองยังออกมาประกาศกร้าวว่า...หากอัยการไม่ยื่นฟ้องนายวัฒนากลางปีนี้  ป.ป.ช.จะขอสำนวนกลับมา และยื่นฟ้องเอง

...นั่นเองเป็นเหตุให้ อัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต ต้องเรียกนายวัฒนามารับทราบคำสั่งฟ้อง และระบุว่าจะนำตัวเขายื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลฯ นักการเมือง...ก่อนนำมาซึ่งการที่นายวัฒนาโผล่ไปที่สำนักอัยการวันนี้...หลังขอเลื่อนนัดมาแล้วหลายครั้ง และว่าไปแล้ว...ก็เป็นการตอบคำถามนายวัฒนาวานนี้ไปด้วยในตัวว่า...ทำไมคดีนี้จึงทอดนานล่าช้ามาถึง 12 ปี...ทั้งที่เขาเองก็รู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ

และในการให้สัมภาษณ์นักข่าวในวันนี้ นายวัฒนายังยืนยันว่า คดีนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะเกิดขึ้นหลังรัฐประหารปี 2549 พร้อมระบุว่า ตนเองไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเตรียมเงินประกันตัวไว้ 2 ล้านบาท เพื่อออกมาต่อสู้คดี

"ตนไม่มีความเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นทั้งการทำงานของ ป.ป.ช. และอัยการ ที่ใช้เวลาในการไต่สวนคดีกว่า 12 ปี แต่ยังหวังพึ่งการพิจารณาของศาลฎีกาฯ ซึ่งตนจะสู้คดีจนถึงที่สุด ไม่หนีคดี เพราะคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เช่น ข้อกล่าวที่ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการหน่วยละ 11,000 บาท กลางที่ประชุมก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่ากำหนดทีโออาร์เอื้อประโยชน์แต่กลับไมมีการดำเนินคดีใด ๆ กับผู้ว่าการเคหะฯกับบอร์ดการเคหะที่เป็นผู้ปฏิบัติ กลับดำเนินคดีกับตนเพียงแค่คนเดียว อีกทั้งประชาชนมีความต้องการโครงการนี้ และโครงการนี้ก็ขายหมด รัฐไม่มีความเสียหายใด ๆ

“โครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นโครงการที่ขายหมด การเคหะฯ ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ประชาชน มีความต้องการ แต่ว่ามันเป็นเรื่องการเมืองคือต้องทำลาย เพื่อ Justify การยึดอำนาจ” นายวัฒนา กล่าวอ้างในวันนี้


ว่าไปแล้ว...คำกล่าวอ้างของนายวัฒนาจะฟังขึ้นหรือไม่...คงต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของศาลเท่านั้น...และถึงตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่านายวัฒนายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ตามกระบวนการของกฎหมาย

แต่ก็นั่นแหล่ะ ผู้สันทัดหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงหลังมานี้นายวัฒนา มักออกมาเล่นบท "หัวหมู่ทะลวงฟัน" เปิดศึกกับผู้อยู่ตรงข้าม "ระบอบทักษิณ" ซึ่งปัจจุบันก็คือ รัฐบาล คสช. แบบหมูไม่กลัวน้ำร้อนมาตลอด รวมทั้งเกาะเกี่ยวหยิบฉวยสถานการณ์ต่าง ๆ มาโจมตี คสช.อยู่เสมอ ยอมแม้กระทั่งออกหน้าเชียร์ "แก๊งอยากเลือกตั้ง" ที่นับอายุแล้วก็ห่างกันราวกับรุ่นลูก ซึ่งออกมาก่อม็อบต้าน คสช.แบบสุดลิ่มทิ่มประตู...ทั้งหลายทั้งปวงนั่นไม่มีอะไรมากไปกว่า..."บ่วงคดีโกงบ้านเอื้ออาทร" ที่กำลังรัดคอเขานี่แหล่ะ...ที่ผลักดันให้เขากระทำในหลาย ๆ สิ่งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวแบบหมิ่นเหม่รายวันในยุครัฐบาล คสช....เพราะคดีนี้เดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแล้ว...ก่อนนำขึ้นสู่ศาล

เพราะตัวข้อหาที่ ป.ป.ช. ชี้มูลไว้ และส่งสำนวนต่อให้อัยการนั้นนับเป็น 3 ข้อหาหนักฉกรรจ์ที่ "ปอกเปลือกพวกที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยอย่างนายวัฒนา" จนล่อนจ้อน เพราะล้วนแต่เป็นข้อหาเกี่ยวกับการโกง ที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเขาแสดงออกในช่วงหลัง ๆ ทั้งสิ้น โดยคดีนี้ มีการตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเอกชน ให้ได้โควต้าเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรกับการเคหะแห่งชาติ 7 โครงการ 7,500 ยูนิต มูลค่า 2,500 ล้านบาท และได้ชี้มูลความผิด นายวัฒนาและผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหารวมความผิด 3 ข้อหา ประกอบไปด้วย

1.เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000–400,000 บาท หรือประหารชีวิต

2.เป็นเจ้าพนักงานฯ เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการในตำแหน่งโดยไม่ชอบฯ ตามมาตรา 149 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

3.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1–10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทุกข้อหานั้นล้วนฉกาจฉกรรจ์ ถึงขั้นหากผิดจริงลงโทษประหารชีวิตจาก 2 กระทงแรกได้เลย หรือไม่ก็อย่างน้อย....อาจไม่เห็นเดินเห็นตะวันอยู่ในเรือนจำ ทั้งหมดนั่นจะเดินไปสู่เส้นทางไหน...ล้วนอยู่ที่การต่อสู้คดีของนายวัฒนา และคำชี้ขาดจากศาลฯ แต่คงต้องรอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง หากเพียงแต่นับจากนี้...อาจเห็นบท... "หัวหมู่ทะลวงฟัน" นักประชาธิปไตยจ๋าที่ออกมาตี คสช. ของนายวัฒนา...เข้มข้นอีกอย่างมากเท่านั้น

 

อ่าน ไม่พล่านได้ไง-โทษถึงประหาร? "มหากาพย์โกงบ้านเอื้ออาทร"รัดคอ"วัฒนา"หนักหน่วง พบฉ้อฉลถึงขั้นเรียก "ค่าหัวคิวหลังละหมื่นจาก6 แสนยูนิต" รวยปลิ้น