- 10 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ช่วงนี้จะได้ยินเสียงของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดบ่อยมากในการวางมือทางการเมืองในฐานะที่ตัวเองสูงวัย สูงอายุ
ล่าสุดได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซียวัย นำพรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย เมื่อถูกนักข่าวตั้งคำถามว่า ท่านมหาธีร์ โมฮัมหมัด 92 ปียังมาลงเล่นการเมือง แล้วท่านพล.อ.ประวิตร อายุ 72 ปี จะไม่ลงเล่นการเมืองต่อ หรือ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “แต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมแก่มากแล้ว เพราะทำงานมาตั้งแต่เล็ก”
จะเป็นจริงหรือไม่ก็จริงหรือไม่นั้นก็คงต้องกลับมาดูเรื่องสุขภาพ ได้เกิดปัญหาการเจ็บไขได้ป่วยเป็นระยะ ในช่วง 4ปี ที่ร่วมกับคสช. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดิน
สิ่งหนึ่งที่ต้องไม่ลืมกับฉายาที่ได้มา ในฐานะพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์นั้นไม่ได้ด้วยปีอายุมากกว่า หรือได้มาลอยๆ แต่อย่างใด มาเพราะบารมี ของพล.อ.ประวิตรที่มีอย่างล้นเหลือในกองทัพ และต้องถือว่ามีส่วนในการบริหารจัดการกำลังในกองทัพมาโดยตลอด
แน่นอนรากฐานความมั่นคงของประเทศนั้น มีกองทัพเป็นที่ตั้ง และได้ก้าวออกมาแก้ไขปัญหายามเมื่อประเทศชาติมีวิกฤต ดังกรณีที่คสช. เข้ามาจัดการ ดังนั้นต้องจับตาว่า แม้พล.อ.ประวิตรประกาศจะวางมือแต่โดยภาระที่อยู่ ในฐานะความผูกพันกับพล.อ.ประยุทธ์ที่มีอยู่อย่างมากมายและลึกซึ้ง แม้จะเป็นรองนายกฯ แต่เมื่อถึงวันเกิด หรือ เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องนำคณะเข้าอวยพร นั่นแสดงให้เห็นถึงความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นของทั้งคู่
สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร ในฐานะพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ กับ พล.อ.ประยุทธ์ มีมายาวนานในเส้นทางของนายทหารที่เติบโตจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จนขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในกองทัพ และมีส่วนร่วมแก้ปัญหาในบ้านเมือง ทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ 22 พฤษภาคม 2557 และในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ พล.อ.ประวิตร ล้วนมีบทบาทสำคัญในรัฐบาล ทั้งใน คสช.และรัฐบาล คือจักรกลอันสำคัญในการสร้างฐานเครือข่าย อีกทั้ง ทั้งสองยังผ่านช่วงวิกฤติประเทศมาด้วยกัน
และดูเหมือนว่าพล.อ.ประวิตร ยังมีความจำเป็นต่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และต้องมี พล.อ.ประวิตร อยู่ข้างกาย ไม่สามารถดีด แยกออกจากกันได้ เพราะต่างคนต่างต้องพึ่งพากัน สำหรับพล.อ.ประวิตร นั้นแม้จะมี “บารมี” ล้นหลาม มากคอนเนกชั่น แต่เรื่องภาพลักษณ์นั้น “ติดลบ” ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะไม่มีบารมีมากเท่า แต่เรื่องภาพลักษณ์กินขาดในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ซับซ้อน ต่างฝ่ายต่างจึงอยู่ในจุดที่เหมาะสมของตัวเองเพื่อเติมสิ่งที่ขาดของกันและกัน ถ้าจะให้เห็นภาพ ก็งคงไม่ต่างจาก "หยินหยาง" สัญลักษณ์ประจำลัทธิเต๋า ของนักปราชญ์ ชาวจีน
ดังนั้นก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าพล.อ.ประวิตร จะส่งพล.อ.ประยุทธ์ ถึงฝั่งในการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ หากไม่มีพล.อ.ประวิตรในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังวุ่นวายอยู่กับการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดดุลกำลังและการดูแลความมั่นคงที่พล.อ.ประวิตรดูแลให้ตลอด ใครจะมาแทนที่ได้
