- 21 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เพราะเหตุที่เกิดรายการเปลี่ยนม้ากลางศึกสับเปลี่ยนเก้าอี้ปลัดกระทรวงหลายตัวหลายตำแหน่ง หวยเลขเด็ดก็เลยหมุนมาออกที่เก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ “เลขาฯสภาพัฒน์” พลอยทำให้ปรเมธี วิมลศิริ เลขาฯคนปัจจุบันถูกหางเลขถูกย้ายจากตำแหน่งไปด้วยแบบย้ายยกพวง ทั้งๆที่เจ้าตัวถือว่าเป็นลูกหม้อเป็นคนในบ้านสุริยานุวัตรขนานแท้ ที่ลึกๆก็แอบหวังว่าปลายทางราชการจะเกษียณอายุที่บ้านเกิดแห่งแรกกลายเป็นตำนานที่สวยหรูดูดี
แต่เส้นทางรับราชการในเมืองไทยไม่มีใครโรยด้วยกลีบกุหลาบ ปรเมธีหรือที่น้องๆสื่อและผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกชื่อกันติดปากว่า “พี่ปอ” หรือ “ เลขาฯปอ” ก็ไม่พ้นวัฏจักรเรื่องนี้ การอยู่นานและอยู่ทน ชนิดทำงานแห่งเดียว 31 ปีในสภาพัฒน์แบบไม่เคยถูกย้ายไปไหนไม่ได้การรันตีว่าเขาจะได้อยู่ในบ้านอันอบอุ่นจนพ้นตำแหน่งคาเก้าอี้ ไม่จำเป็นต้องอธิบายสาเหตุถูกย้ายให้มากความเพราะเหตุแห่งการถูกย้ายก็เกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่กับกรณีการย้ายปลังคลังคนดัง สมชัย สัจจพงษ์ ออกจากเก้าอี้
ปรเมธีไม่อยากพูดถึงสิ่งที่ผู้ใหญ่คนในรัฐบาลตัดสินใจ เมื่อ “นาย” เห็นว่ามีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมและใช่มากกว่าก็ต้องทำใจยอมรับและเดินหน้ามันต่อไปตามบทบาทหน้าที่ที่เขาวางไว้เเละมอบให้ “ ก็ใจหายเพราะอยู่ที่นี้มานาน ตั้งแต่รับราชการใหม่ๆก็อยู่นี้มาตลอด ไม่เคยย้ายไปไหนเลย แต่เมื่อผู้ใหญ่เห็นว่ามีตำแหน่งที่ดีและเหมาะสมกว่าเราก็ต้องน้อมรับ ไปพม.ก็ถือว่าได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เป็นข้าราชการไม่ว่าเขาให้ไปอยู่ที่ไหนก็ต้องทำงานให้ได้” ปรเมธีระบุ
เพราะเป็นลูกหม้อที่อยู่มานานชนิดรู้ทุกซอกมุมของบ้านสุริยานุวัตรเพราะอยู่มานาน 31 ปีแทบรากงอก แถมนิสัยใจคอของปรเมธีก็สุภาพเรียบร้อย เฟรนลี่เป็นกันเองกับลูกน้องและบรรดาสื่อมวลชน เขาจึงกลายเป็นขวัญใจของทุกคนที่ใกล้ชิดไปโดยปริยาย เพราะความเป็นคนน่ารักเสมอต้นจรดปลาย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในสภาพัฒน์ เจ้าตัวก็พยายามผลักดันทุกเรื่องเพื่อทำให้สภาพัฒน์ดีขึ้น ทั้งการทำหน้าที่เป็นมันสมองของประเทศในการผลักดันแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับต่างๆ การเพิ่มอัตรากำลังคนที่สภาพัฒน์ยังมีคนน้อยไม่พอกับงาน การปรับปรุงอาคารที่ทำงานต่างๆ แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆแต่เป็นกำลังใจให้กับลูกน้องหลังภารกิจงานอันหนักหน่วง อย่างการตั้งวงดนตรีสภาพัฒน์ภายใต้ชื่อ “ NESDB BAND” เพื่อให้ทุกคนได้ผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรือที่ภูมิใจสุดๆคือการตั้งทีมฟุตบอลสภาพัฒน์ “NESDB FC” ที่ฟอร์มทีมมาเกือบ 20 ปี จากเป็นทีมแจกแต้มแพ้ใครที 10-20 ประตูต่อศูนย์ แต่มาวันนี้เป็นทีมแข็งแกร่งหาคนโค่นยากเพราะมีแต่วัยรุ่นเลือดใหม่ ฟิต คล่อง เร็ว ทุกตัว แถมหากมีเวลาว่าง ปรเมธีก็ไม่พลาดที่จะมารับบทจอมทัพเบอร์ 10 คอยบัญชาการเกมส์ในแดนกลางให้กับทีม แถมลีลาก็เหลือร้ายประมาณ “ซีดานสภาพัฒน์” ชนิดอายุ 57 ปีของเจ้าตัวไม่เป็นอุปสรรคต่อการเตะฟุตบอลเลย เพราะยังวิ่งสบายเล่นง่ายจ่ายคล่อง วิ่งประคองเด็กๆ ในทีมได้สบายๆ จนทีมสภาพัฒน์กลายเป็นทีมเนื้อหอมที่ใครๆอยากเตะอยากเล่นด้วย เพราะเล่นบอลดีไม่มีลูกเกเร โดยมีหลายหน่วยงานมาขอจอยขอเตะกระชับมิตรด้วย โดยเฉพาะแบงค์ชาติที่เป็นทีมคู่แข่งขันชนิดเตะประเพณีกันทุกปี
เช้านี้เป็นวันที่ปรเมธีมีคิวรับตำแหน่งปลัดพม.คนใหม่ บรรดาข้าราชการสภาพัฒน์หลักร้อยคนตื่นแต่เช้ามารอสั่งเจ้านายที่รักไปทำงานใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม ที่ใหม่ คนใหม่ สังคมใหม่ หลายคนเดินจากสภาพัฒน์ 200 เมตรข้ามถนนหลานหลวงไปส่งปรเมธีที่วังสะพานขาวที่ทำงานใหม่ของปรเมธีในวันแรกณ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชนิดที่ไม่บ่อยนักที่จะมีข้าราชการเดินตามไปส่งนายแบบอบอุ่นน่ารักเยี่ยงนี้ ทั้งหมดยิ่งเป็นการตอกย้ำ “เนื้อใน” ความเป็นสุภาพบุรุษสุริยานุวัตรของปรเมธีได้เป็นอย่างดี
ที่จากนี้แม้เจ้าตัวจะถูกเปลี่ยนหัวโขนจากเลขาฯสภาพัฒน์ไปเป็นเสนาบดีวังสะพานขาว โดยมีงานปัดกวาดเช็ดถูเรื่องทุจริตคนจนที่รออยู่เบื้องหน้าให้สะสาง ที่เจ้าตัวบอกว่าหนักใจเพราะเป็นงานใหม่ที่ท้าทาย แต่ก็ต้องขยันพยายามหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่ก็ยังโชคดีที่มารับงานตอนฝีแตกแล้ว เชื่อแน่ว่า 3 ปีท้ายก่อนอำลาชีวิตราชการเส้นทางของปรเมธีคงไม่หยุดแค่วังสะพานขาวเป็นแน่ เพราะคนเก่ง คนดี คนมีความสามารถ แบบปรเมธี ไปอยู่ที่ไหนทำอะไรก็ได้ แถมเป็นคนที่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่มาตลอด ตามดูกันต่อไปว่าเส้นทางในอนาคตของปรเมธีต้นแบบข้าราชการน้ำดีจะไปหยุดสุดลงที่ใด
