- 30 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีพลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการออกหมายจับพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินเผยแผ่ศาสนา ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการออกนอกประเทศของ พระพรหมสิทธิธงชัย สุโข เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชมหาวิหาร และพระชั้นผู้ใหญ่รูปอื่นๆที่อยู่ระหว่างการถูกออกหมายจับ
ในขณะที่พระลูกวัดได้อ้างว่าพระพรหมสิทธิธงชัย สุโข เดินทางไปประเทศสิงคโปร์นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานแต่อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นทางตำรวจได้ส่งรายชื่อพระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกออกหมายจับไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว รวบไปถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหากพบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศ หรือเดินทางเข้ามาจะมีการแจ้งเตือนทันที ขณะภาพจากกล้องวงจรปิดที่พบรถคันสีดำมารับพระพรหมสิทธิธงชัย สุโข ออกหลบหนีนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเนื่องจากพบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัด มีการถูกลบออกไปบางส่วน....งามไส้!?! พบเก๋งดำพาพระพรหมสิทธิหนี?!? วัดสระเกศทำอึ้งได้อีก...ลบภาพCCTV ??? ผู้การกองปราบล่าซุกสิงคโปร์ (มีคลิป)
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามตัว พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร สองพระเถระผู้ใหญ่ที่ตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินทอนวัดว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้เฝ้าระวังการเดินทางออกนอกประเทศไทย เป็นชายไทย 1 คน หญิงไทย 1 คน และหญิงสาวชาวลาว 1 คน เนื่องจากเป็นศิษย์ที่มีความใกล้ชิดกับพระพรหมเมธี โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนี ซึ่งก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่าบุคคลทั้งสามได้หายไปจากที่พักและได้ขาดการติดต่อไปหลังจากที่พระพรหมเมธีหลบหนีการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทั้งนี้ ในส่วนของ พระพรหมสิทธิ และพระพรหมเมธี นั้น ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ สตม.ได้นำหมายจับเข้าระบบเฝ้าระวังของด่าน ตม.ทั่วประเทศไว้แล้ว หากพบบุคคลดังกล่าวแม้ว่าจะยังไม่มีหมายจับก็ให้ประสานแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้ทันที
สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับพระที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ฐานร่วมกันฟอกเงินแล้ว ยังได้สั่งการให้ขยายผลไปยังคดีอื่นๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่าที่ดินของวัดหรือที่ธรณีสงฆ์ โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเงินที่ได้รับนั้นเข้าสู่บัญชีวัดหรือบัญชีส่วนตัวของพระแต่ละรูป และมีการออกใบเสร็จรับเงินอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นของวัดสามพระยาที่ค้นพบโฉนดที่ดินของฆราวาสญาติโยมจำนวนมากอยู่ในกุฏิของ อดีตพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพฯ วัดสามพระยา ว่าเกี่ยวข้องกับการรับจำนองโฉนดที่ดินหรือออกเงินกู้ด้วยหรือไม่
ขณะเดียวกันในส่วนของพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าอาจจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มกับอดีตพระพรหมดิลก ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามกฎหมายอาญาฯ มาตรา 157 เพิ่มเติมด้วย เนื่องจากการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้นถือเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยตำแหน่ง
