- 07 มิ.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"ล้มเจ็ด ลุกแปด" เป็นสุภาษิตญี่ปุ่น หมายถึง "ต่อให้ล้มลงเจ็ดครั้ง ก็ต้องลุกขึ้นมาแปดครั้งให้จงได้ เปรียบเสมือนการที่ไม่ยอมท้อถอย ฯลฯ" เป็นย่อหน้าแรก ๆ ที่นักวิชาการอย่าง "อ.สุวินัย ภรณวลัย" เขียนถึงการก่อเกิด "พรรคมวลมหาประชาชนในนาม พรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช." ที่เปิดตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อน
โดย อ.สุวินัย ระบุไว้หนักแน่นว่า พรรคการเมืองของประชาชน ซึ่งในที่นี้ คือ รปช. ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปอย่างรอบด้าน และอย่าลืมว่า "ความคิดที่ทรงพลังย่อมกลายเป็นความจริงเสมอ" และคุณสมบัติแห่งพลังธรรม แห่งอนาคตใหม่ แห่งประชาธิปัตย์ แห่งพลังประชารัฐ ฯลฯ ล้วนอยู่ในกรอบความคิดและวิชั่นของ รปช. ทั้งสิ้น เพราะ รปช. มองโลก มองสังคม มองชีวิตของผู้คนด้วยวิชั่นที่บูรณาการ
ดังรายละเอียดทั้งหมดที่ อ.สุวินัย ระบุไว้ คือ
การสร้างพรรคการเมืองของประชาชนเป็นเรื่องของ "ล้มเจ็ด ลุกแปด" / สุวินัย ภรณวลัย
"ล้มเจ็ด ลุกแปด" เป็นสุภาษิตญี่ปุ่น หมายความว่า ต่อให้ล้มลงเจ็ดครั้ง ก็ต้องลุกขึ้นมาแปดครั้งให้จงได้ เปรียบเสมือนการที่ไม่ยอมท้อถอย แม้จะล้มเหลวมาแล้วกี่ครั้งก็ตาม
การสร้างพรรคการเมืองของประชาชนให้เป็นสถาบันในประเทศนี้ มันมิใช่เรื่องราวอื่นเลยนอกจากเรื่องราวของ "ล้มเจ็ด ลุกแปด" เท่านั้น
เป็นไปได้หรือไม่ว่า หากพวกเราหล่อหลอมเอาจิตวิญญาณ พลังความเชื่อความศรัทธา รวมทั้งพลังแห่งตัวตนที่มุ่งมั่นของพวกเราเข้าไปในความคิดเดียวกันและเป็นความเห็นพ้องร่วมกันเรื่องการสร้างพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริงที่มีที่มาจากขบวนการมวลมหาประชาชนจริงๆแล้ว มันย่อมกลายเป็นความจริงได้แน่ๆ เพราะ "ความคิดที่ทรงพลังย่อมกลายเป็นความจริงเสมอ"
พรรคการเมืองของประชาชน ซึ่งในที่นี้เราเจาะจงหมายถึงพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เป็นหลัก มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของประเทศ เพื่อการปฏิรูปอย่างรอบด้านหลังจากนี้ เพราะพรรคนี้มีหน้าที่ต้องช่วยประคับประคองบ้านเมืองให้ก้าวข้ามความขัดแย้งที่มีมานานนับสิบปี โดยมุ่งเป็นเจ้าภาพหลักสร้างความรู้รักรู้สามัคคี โดยลงมือไปทำเอง และพร้อมนำนวัตกรรมต่างๆทางการเมืองไปเขื่อมโยงกับมิติอื่นๆให้เกิด "พลังทวี" เพื่อให้คนไทยส่วนใหญ่เข้าร่วมเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศให้จงได้
คนไทยที่คิดบวกทั้งหลาย คนไทยที่ปรารถนาร่วมสร้างบ้านแปลงเมืองให้น่าอยู่กว่านี้ทุกท่าน โปรดมาร่วมด้วยช่วยกันสร้างพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่แท้จริงเถิด
เพราะพรรค รปช.คือพรรคของจิตอาสาตัวจริงที่มุ่งเข้ามาพัฒนาการเมือง มุ่งทำการเมืองที่สร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์แก่สาธาณะมากที่สุด โดยที่พรรคนี้มีตัวตนชัดเจนยิ่งว่า เป็นพรรคของพสนิกรที่มุ่งสืบทอดมหาปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งยังเทิดทูน จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
พรรครปช. คือพรรคที่ก่อเกิดขึ้นมาเพื่อผลักดันการปฏิรูปประเทศนี้ทั้งระบบให้สำเร็จให้จงได้ พรรคนี้จึงเน้นธรรมาธิปไตย (เอาธรรมเป็นใหญ่) มิได้เน้นเฉพาะประชาธิปไตย(ประชาชนเสียงข้างมากเป็นใหญ่)เท่านั้น เพราะพวกเรามองโลกตามความเป็นจริงและศึกษาอดีตของประเทศต่างๆ มาอย่างถ่องแท้แล้วว่า แค่เน้นประชาชนเสียงข้างมากอย่างเดียวมันไม่พอ คนไทยที่มีสติปัญญาทั้งหลายไม่ได้ยอมรับแค่น้น เพราะคนไทยทั้งหลายจะยินดีปรีดามีความสุขอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะปกครองแบบไหน ถ้าปกครองด้วยธรรมและความดีงาม
แนวคิดหลักของพรรครปช.คือ "อนุรักษ์นิยมที่ก้าวหน้า" เพราะพรรครปช. มองโลกตามความเป็นจริงว่าการปฏิรูปอันเป็นภารกิจหลักของพรรครปช.นั้นจะต้องไม่ฉีกขาดจากความคิดแบบแผนและจารีตที่ดีของไทยเป็นอันขาด พรรครปช.มีหน้าที่ส่งเสริมคนไทยให้รักชาติ ภาคภูมิใจในชาติของตน ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของโลกตะวันออก ภาคภูมิใจในการสืบทอดคุณค่าความคิดและแบบแผนที่ดีงามของบรรพชน รวมทั้งรักษามรดกทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีทางการเมืองการปกครองอันมีลักษณะเฉพาะของไทย ซึ่งพรรครปช.จะนำมาเป็นพื้นฐานของการปฏิรูปประเทศหลังจากนี้ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตใหม่ที่แท้จริงหลังจากนี้โดยไม่ทอดทิ้งของเก่าที่ทรงคุณค่า
คนของพรรครปช.คือ คนที่ลุกขึ้นมายืนอยู่ตรงข้ามกับคนไทยที่ชังชาติตนเอง และคนไทยที่รังเกียจดูแคลนความเป็นไทยจนออกนอกหน้า
คุณสมบัติแห่งพลังธรรม แห่งอนาคตใหม่ แห่งประชาธิปัตย์ แห่งพลังประชารัฐ ฯลฯ ล้วนอยู่ในกรอบความคิดและวิชั่นของพรรครปช.อย่างทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะพรรครปช. มองโลก มองสังคม มองชีวิตของผู้คนด้วยวิชั่นบูรณาการ (Integral Vision) ที่สามารถ "ก้าวข้ามแต่หลอมรวม" จุดขายของพรรคอื่นๆในประเทศนี้มาไว้กับตัวเอง
การก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่เป็นพรรคของมวลมหาประขาชนจึงเป็นทั้งความจำเป็นและเป็นทั้งความรุดหน้าทางประวัติศาสตร์ของการเมืองของประชาชนในประเทศนี้ ต่อให้ล้มเจ็ด ก็ต้องลุกแปดเท่านั้น
